วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569  มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ โดยมีสาระสำคัญเป็นการนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ในช่วงตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568

เหตุผลในการออกกฎหมายระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมือง จึงเห็นควรสร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง และนำไปสู่สังคมสันติสุข

นิรโทษกรรมคดีจากการชุมนุม–แสดงออกทางการเมือง

กฎหมายกำหนดให้การกระทำของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง ซึ่งมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 หากเป็นความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ รวมถึงความผิดที่เกี่ยวพันกัน ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด

ผู้ได้รับสิทธิจะพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและไม่ถือว่าเคยกระทำความผิด รวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางวินัยที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

หากคดีอยู่ระหว่างสอบสวน พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องยุติการดำเนินการ ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ให้ศาลยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

กรณีมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิด หากอยู่ระหว่างรับโทษ ให้การลงโทษสิ้นสุดและปล่อยตัว พร้อมกำหนดให้ประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องเป็นอันสิ้นผลและลบข้อมูลความผิดดังกล่าว

ตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข

กฎหมายกำหนดให้ตั้ง “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธาน พร้อมตัวแทนจากหน่วยงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคประชาสังคม

คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยว่าบุคคลใดเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม รับคำร้องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เรียกเอกสารหรือบุคคลมาให้ข้อมูล รวมถึงจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการสร้างสังคมสันติสุขเสนอต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล โดยคำวินิจฉัยเรื่องการได้รับนิรโทษกรรมให้ถือเป็นที่สุด

ไม่ครอบคลุมคดีร้ายแรงหลายประเภท

อย่างไรก็ตาม การนิรโทษกรรมครั้งนี้ ไม่ได้ครอบคลุมความผิดทุกประเภท โดยบัญชีท้ายพระราชบัญญัติกำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกลุ่ม เช่น ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาบางฐานเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ การก่อการร้าย เจ้าพนักงาน ศาสนา ความสงบสุขของประชาชน การก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย เสรีภาพ และความผิดฐานหมิ่นประมาทบางมาตรา

นอกจากนี้ยังมีความผิดตามกฎหมายเฉพาะอีกหลายฉบับที่ไม่อยู่ในข่ายนิรโทษกรรม เช่น กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ กฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์ กฎหมายจดแจ้งการพิมพ์ กฎหมายจราจรทางบก กฎหมายทางหลวง กฎหมายยาเสพติด กฎหมายอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เป็นต้น โดยรายละเอียดรายการข้อยกเว้นปรากฏในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ หน้า 6–7 ของเอกสาร

เปิดทางเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้มาตรการพิเศษ

อีกประเด็นสำคัญคือ หากการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม แต่ผู้กระทำมีอายุต่ำกว่า 18 ปีในขณะกระทำความผิด และคณะกรรมการเห็นสมควรเพื่อสร้างสังคมสันติสุข สามารถจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และเสนอให้ใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา หรือยื่นต่อศาลเพื่อใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีได้

กำหนดกรอบดำเนินงาน 180 วัน

พระราชบัญญัติกำหนดให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขดำเนินการตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับจากวันประชุมครั้งแรก หากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน สามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 50 ก ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2569 และกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้