วัดศรีอุบลรัตนาราม ส่งผลงาน ต้นเทียนพรรษาประเภทโบราณ ขนาดเล็ก เข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 โดยถ่ายทอดเรื่องราว พุทธประวัติตอนนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส ผ่านงานศิลปะพื้นถิ่นอีสานที่ผสมผสานความงดงามของภูมิปัญญาชาวอุบลราชธานีเข้ากับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างลงตัว
ต้นเทียนได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองอุบลฯ ด้วยการนำ นาคอุบล บายศรีอีสาน บุษบกทรงอีสาน และศิลปะล้านช้าง–ลาวอีสาน มาประยุกต์ใช้ ร่วมกับวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ใบตอง ใบลาน ใบตาล กาบพลับพลึง รังไหม สโน และเชือกผักตบชวา พร้อมประดับด้วยดอกไม้พื้นบ้าน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมอีสานอย่างเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า
Key components of a candle.
Candle trunk
ใช้เทียนขันธ์ห้ามัดรวมเป็นลำต้นทรงกลม
ตกแต่งรอบลำต้นด้วยเทียนขี้ผึ้งกดพิมพ์ลายประจำยาม
เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร สูง 1.55 เมตร
ยอดต้นเทียนเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ประดับกาบเทียนรูปกลีบบัว
Candle Tree Base
ฐานชั้นแรกออกแบบเป็นรูปทรง "เซี่ยนหมากอีสาน" ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ
ฐานรองรับตกแต่งเป็นกลีบบัวคว่ำ–บัวหงาย วางบนบุษบกทรงอีสานยอดนภศูล
ฐานขบวนมีความกว้าง 1.50 เมตร และยาว 3.50 เมตร
In front of the process
ด้านหน้าขบวนเน้นความเรียบง่าย ใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นเป็นหลัก โดดเด่นด้วย เศียรนาคศิลปะอุบล 3 เศียร ซึ่งมีเอกลักษณ์คือมีปีก มีหู และหงอนสะบัดลู่ลม โดยจำลองรูปแบบจาก หอแจกวัดศรีอุบลรัตนาราม ประดิษฐ์จากใบลาน ใบตอง และเชือกถักผักตบชวาอย่างประณีต
ด้านหลังเศียรนาคจัดทำเป็น บายศรีอีสาน 5 ชั้น สำหรับถวายเป็นพุทธบูชา ประดับด้วยใบตอง กาบพลับพลึง ใบลาน และดอกไม้พื้นถิ่น เช่น ดอกรัก ดอกพุด และดอกไม่รู้โรย สะท้อนเอกลักษณ์งานศิลป์อีสานได้อย่างงดงาม
Behind the procession
นำเสนอ พุทธประวัติตอนนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส ซึ่งถือเป็นมื้ออาหารสำคัญก่อนที่พระโพธิสัตว์จะเสด็จไปประทับใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์พระพุทธเจ้าจำลองได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะล้านช้าง–ลาวอีสาน ประทับนั่งบนฐานเซี่ยนหมากอีสาน มีพระรัศมีทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยดอกบัวและพญานาคที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ ขณะที่ฉากด้านหลังใช้ลวดลายศิลปะแบบอีสานดั้งเดิม สื่อถึงวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และคติธรรมของชาวอุบลราชธานี