ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ชี้แจงจากกรณีที่มีข่าวปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ทางเพจเฟขบุ๊ก "น้ำขุ่นบ้านเฮา" รวมถึงทางสื่อโทรทัศน์ "ข่าวเที่ยงไทยรัฐ" และ "ข่าวเย็นช่องวัน" เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรณีผู้นำหมู่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จับกุมชายปริศนาคาคาดว่าเป็นสายลับกัมพูชา ในพื้นที่ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี และนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ นั้น 
.
ตำรวจภูธรจังหวัดอบลราชธานี ขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 06.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจจภูธธรน้ำขุ่น ได้รับแจ้งจากประชาชน หมู่บ้านชำสะกวยน้อย หมู่ 8 ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอบลราชธานี ว่าพบบุคคลต้องสงสัย ลักษณะคล้ายชาวก้มพูชา เดินอยู่บนถนในหมู่บ้าน ประกอบกับช่วงดังกล่าวมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย - ก้มพูชา ตามแนวชายแดน เกรงว่าบุคคลดังกล่าว จะเป็นภัยต่อประชาชนและชุมชน 
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ 

เมื่อไปถึงพบชายชาวกัมพูชา ตามที่ได้รับแจ้งถูกชาวบ้านควบคุมตัวไว้ จึงได้สอบถามทราบชื่อภายหลังคือ นายซาด ซะ ชาวกัมพูชา อายุ 36 ปี บ้านอยู่ที่เมืองประปรีน จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศก้มพูชา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ไม่มีเอกสารใดๆ แสดงได้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ควบคุมตัวมาที่ สถานีตำรวจภูธรน้ำขุ่น เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผล 
.
นายซาดฯ ให้การยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณปี พ.ศ.2566 ตนรับว่าได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ผ่านทางช่องทางปอยเปตเพื่อหางานทำและรับจ้างก่อสร้างที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา และถูกเลิกจ้าง ประกอบกับไม่มีเงินติดตัว และไม่ทราบเส้นทางกลับประเทศกัมพูชา จึงได้หลบหนีเดินทางออกมาตามถนนเรื่อยๆ จนได้มาถึงบริเวณหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ เนื่องจากมีการสู้รบ จึงได้หลบซ่อนตัวในป่า กระทั่งมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ้ายปกครองไปพบเห็น และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี 
.
ในขั้นนี้ได้ดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้างด้าว หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ ยังไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่นๆ หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นสายลับ ที่เข้ามาปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายยุทธการการข่าวของกองทัพบกได้ร่วมซักถาม ปากคำด้วยแล้ว ไม่ติดใจว่าเป็นสายลับแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สถานีตำรวจภูธรน้ำขุ่น ได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการจังหวัดเดชอุดม เพื่อดำเนินการต่อไป