สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปีการศึกษา 2566 ครั้งที่ 33 ในวันอังคาร ที่ 21 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
วันที่ 21 มกราคม 568 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปีการศึกษา 2566 ครั้งที่ 33 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ในปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,426 ราย ระดับปริญญาตรี จำนวน 2,348 ราย ระดับปริญญาโท จำนวน 58 ราย และระดับปริญญาเอก จำนวน 20 ราย
และในโอกาสนี้ สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้อนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2566 ให้แก่บุคคลผู้ที่มีผลงานทางวิชาการดีเด่นในสาขาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย ทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งแก่มหาวิทยาลัยหรือประเทศชาติหรือนานาชาติ สมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตาม ผลงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางอันส่งผลดีต่อการพัฒนาองค์ความรู้ขององค์กร สังคม ประเทศชาติหรือนานาชาติ จำนวน 3 ราย ได้แก่
- เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงกโร, สุทธิพันธุ์) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์และการพัฒนา คณะศิลปศาสตร์
- เภสัชกรปราโมทย์ ชลยุทธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และ
- พลเอกชูชัย สินไชย ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
และอนุมัติรางวัลรัตโนบล ประจำปี 2567 ให้แก่บุคคลที่มีผลงานทางวิชาชีพที่มีคุณภาพอันเป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคม ประเทศชาติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีคุณงามความดีที่ได้รับการยกย่องในระดับชาติหรือนานาชาติ อุทิศตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและมีความประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคล จำนวน 1 ราย ได้แก่ รองศาสตราจารย์อุทิศ หิมะคุณ ประเภทบุคคล คณะวิศวกรรมศาสตร์
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า... ปัจจุบัน กล่าวกันว่า เป็นยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และสิ่งต่าง ๆ เรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว. การที่จะดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงาน ในสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดีนั้น บุคคลจะต้องรู้จักปรับตัวโดยเริ่มจากการทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องก่อน
กล่าวคือ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผันผวน หรืออุปสรรคปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม แต่ละคนพึงเห็นว่าเป็นโอกาส ที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้นอยู่เสมอ. หากบุคคลเชื่อมั่นในศักยภาพของตน และเชื่อว่าความฉลาดสามารถในด้านต่างๆ เป็นสิ่งที่พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ด้วยการพากเพียรฝึกฝนอย่างมั่นตั้งใจ โดยใช้วิธีการที่ดีที่ถูกต้องแล้ว แต่ละคนก็จะมีกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา กล้าแข็งขึ้นและสามารถคิดเห็นแนวทางที่จะประพฤติตนปฏิบัติงาน ให้บรรลุถึงความสำเร็จและความเจริญได้โดยไม่หวั่นไหวย่อท้อ. จึงขอให้บัณฑิตทุกคนนำสิ่งที่พูดนี้ไปพิจารณาและยึดถือปฏิบัติ เพื่อความสุขความสำเร็จในชีวิตและกิจการงานต่อไปภายหน้า.
จากนั้น เสด็จไปยังบริเวณฉายพระฉายาลักษณ์ ร่วมกับคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน จำนวน 2 ชุด เสด็จ ฯ ไปยังห้องจัดนิทรรศการทอดพระเนตรนิทรรศการ “ธรรมชาติวิทยากับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น” ประทับพระราชอาสน์ ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีไทย เพลง “เจ้าฟ้าหญิงมิ่งขวัญชาวอุบล”
เสด็จโถงอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เพื่อให้นักศึกษาทุนพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าเฝ้าฯ จำนวน 10 ราย