อบจ.อุบลราชธานี นำต้นเทียนพรรษาวัดศรีแสงทอง พร้อมขบวนนางรำกว่า 120 คน และวงโปงลางศิลป์ไทรเงิน ร่วมงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 สืบสานความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “เข้าพรรษาเที่ยวอุบลฯ – ออกพรรษาเที่ยวสุราษฎร์ฯ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้นายประพนธ์ โชควิวัฒนวนิช และนางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รองนายก อบจ.อุบลราชธานี พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2569
พิธีเปิดมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธาน โดยมีว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
.
การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ภายใต้แนวคิด “เข้าพรรษาเที่ยวอุบลฯ – ออกพรรษาเที่ยวสุราษฎร์ฯ” เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคใต้
ในโอกาสนี้ อบจ.อุบลราชธานีได้นำต้นเทียนพรรษาจากวัดศรีแสงทอง เข้าร่วมแสดงความงดงามของศิลปะการแกะสลักเทียน พร้อมขบวนนางรำกว่า 120 คน จากโรงเรียนพิบูลมังสาหาร สถานศึกษาในสังกัด อบจ.อุบลราชธานี และวงโปงลางศิลป์ไทรเงิน ร่วมถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอีสาน สร้างสีสันให้กับงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–31 ตุลาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การประกวดพุ่มผ้าป่า การแข่งขันเรือยาว และการประกวดเรือพนมพระทางบก โดยปีนี้มีเรือพนมพระทางบกเข้าร่วม 117 ลำ และเรือพนมพระทางน้ำ 5 ลำ สะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในการสืบสานประเพณี
ความร่วมมือของทั้งสองจังหวัดเป็นการนำศิลปวัฒนธรรมมาเชื่อมโยงผู้คนและการท่องเที่ยว เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนอัตลักษณ์ระหว่างสองภูมิภาค พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนควบคู่กับการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม