เมื่อถึงเวลาต้องต่ออายุความคุ้มครองบังคับสำหรับคนมีรถ หลายคนมักใช้วิธีเสิร์ชหาจุดบริการต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉัน เพื่อเดินทางไปดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไว แต่ความสะดวกสบายจะกลายเป็นความหงุดหงิดทันทีหากไปถึงหน้าร้านแล้วพบว่าเตรียมเอกสารมาไม่ครบจนต้องวนรถกลับบ้าน การเตรียมตัวด้วยเช็กลิสต์เอกสารที่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน จะช่วยให้การทำรายการเสร็จไวภายในไม่กี่นาทีโดยไม่เสียเที่ยว
.
1. สำเนารายการจดทะเบียนรถ หรือเล่มทะเบียนรถตัวจริง
.
นี่คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ไม่สามารถขาดได้ในการต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉัน เอกสารฉบับนี้จะระบุข้อมูลเฉพาะของรถยนต์อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่จดทะเบียน และประเภทของรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปกรอกลงในระบบเพื่อออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ให้ถูกต้อง สามารถใช้ได้ทั้งเล่มทะเบียนตัวจริงเล่มสีฟ้า (สำหรับรถยนต์) หรือสีเขียว (สำหรับรถมอเตอร์ไซค์) หรือจะใช้เพียงสำเนาถ่ายเอกสารหน้าที่มีรายการจดทะเบียนล่าสุด หรือรูปถ่ายบนมือถือที่เห็นข้อมูลชัดเจน ก็สามารถนำมายืนยันข้อมูลเพื่อดำเนินการได้เช่นกัน
.
2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ
.
การระบุตัวตนของผู้รับความคุ้มครองเป็นเรื่องจำเป็นตามกฎหมาย เจ้าของรถต้องเตรียมบัตรประชาชนตัวจริงมาแสดง หากเจ้าของรถไม่ได้เดินทางมาดำเนินการด้วยตัวเอง สามารถใช้สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องกำกับไว้ให้เรียบร้อย และสำหรับผู้ที่ไปทำรายการแทน ก็ควรพกบัตรประชาชนของตัวเองติดตัวไปด้วย เพื่อยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่กรณีที่ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
.
3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สำหรับรถที่เข้าเงื่อนไข
.
จุดนี้คือสิ่งที่คนมักลืมและทำให้ต้องเสียเวลามากที่สุด หากรถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีขึ้นไป หรือรถมอเตอร์ไซค์มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป กฎหมายบังคับว่าต้องผ่านการตรวจสภาพรถเสียก่อน ดังนั้น ก่อนจะมองหาจุดต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉัน ต้องพารถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เพื่อนำใบรับรองการตรวจสภาพรถฉบับจริงที่ผ่านการทดสอบแล้ว มายื่นแนบเป็นเอกสารประกอบด้วยเสมอ หากไม่มีใบนี้ เจ้าหน้าที่หรือระบบจะไม่สามารถอนุมัติการต่อ พ.ร.บ. ให้ได้
.
4. เอกสาร พ.ร.บ. ฉบับเดิม (ถ้ามี)
.
แม้จะไม่ใช่เอกสารบังคับตามกฎหมาย แต่การนำตารางกรมธรรม์ พ.ร.บ. ฉบับเก่าที่กำลังจะหมดอายุติดมือไปด้วย จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของจุดต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉันทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถสแกนบาร์โค้ดหรือกรอกเลขกรมธรรม์เดิมเพื่อดึงข้อมูลรถขึ้นมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องนั่งพิมพ์ข้อมูลใหม่ทั้งหมดทีละช่อง ช่วยลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล และช่วยประหยัดเวลาในการรอคิวได้อย่างเห็นได้ชัด
.
การสละเวลาเพียง 2 นาทีเพื่อตรวจสอบเช็กลิสต์เอกสารทั้งหมดนี้ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง จะช่วยเปลี่ยนให้การต่ออายุความคุ้มครองรถยนต์ที่จุดต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉันกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกรวดเร็ว และมั่นใจได้ว่าก้าวเท้าออกจากบ้านครั้งนี้จะได้เอกสาร พ.ร.บ. กลับมาสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเสียเที่ยวอย่างแน่นอน
เช็กลิสต์เอกสารก่อนต่อพ.ร.บ.ใกล้ฉัน เสร็จไว ไม่เสียเที่ยว