f แชร์

รพ.มะเร็งอุบลฯ ชู Hybrid Angio-CT รักษามะเร็งแม่นยำ ลดส่งต่อไกล

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานในพิธีเปิด “อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์” ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายศักยภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและเขตสุขภาพที่ 10

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีว่า โรงพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและเขตสุขภาพที่ 10 ขณะที่จำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีอาคารและระบบบริการที่พร้อมมากขึ้น จึงช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยและพัฒนาการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

อธิบดีกรมการแพทย์แสดงความเชื่อมั่นว่า “อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์” จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น ลดข้อจำกัดในการให้บริการ และช่วยให้ประชาชนในพื้นที่รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น

ด้าน นพ.สิทธิชัย อาชายินดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลเปิดให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งมาตั้งแต่ปี 2533 และพัฒนาระบบบริการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 143 เตียง ให้บริการรักษาเฉพาะทางทั้งศัลยกรรมมะเร็ง รังสีรักษา เคมีบำบัด และการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

โรงพยาบาลยังทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง และเป็นหน่วยรับส่งต่อผู้ป่วยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างครอบคลุม 9 จังหวัด รวมทั้งผู้ป่วยจากหน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 10 ส่งผลให้จำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเสริมศักยภาพการรักษา คือ Hybrid Angio-CT ของศูนย์รังสีร่วมรักษา ซึ่งนำระบบเอกซเรย์หลอดเลือด หรือ DSA มาทำงานร่วมกับเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT ทำให้แพทย์สามารถดูภาพทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติ เพื่อวินิจฉัยรอยโรคและหลอดเลือด ระบุตำแหน่งเป้าหมาย วางแผน และทำหัตถการที่มีความซับซ้อนได้แม่นยำยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้กับการรักษาหลายรูปแบบ อาทิ การให้ยาเคมีบำบัดผ่านหลอดเลือดแดงเพื่อรักษามะเร็งตับ (TACE) การอุดหลอดเลือดเพื่อควบคุมภาวะเลือดออก (Embolization) การจี้ทำลายก้อนมะเร็ง (Ablation) รวมถึงการเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy)

ข้อได้เปรียบสำคัญคือแพทย์สามารถตรวจสอบตำแหน่งและประเมินผลการรักษาได้ทันที ลดความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างการตรวจและทำหัตถการ ทำให้กระบวนการรักษารวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบันศูนย์รังสีร่วมรักษามีแพทย์รังสีร่วมรักษา 2 คน พร้อมทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ให้บริการด้วยเทคนิคแบบ Minimally Invasive หรือการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิด ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับหัตถการซับซ้อน

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้วย “อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์” ซึ่งเป็นอาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยในขนาด 300 เตียง ได้รับงบประมาณก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 ก่อนก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2569 และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการขยายบริการและยกระดับคุณภาพการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

การเปิดอาคารใหม่ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีอย่าง Hybrid Angio-CT มาใช้ จึงถือเป็นการเสริมทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มขึ้น และยกระดับโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีให้เป็นศูนย์กลางการรักษามะเร็งที่สำคัญของภาคอีสานตอนล่าง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้ใกล้บ้านมากขึ้น

Sticky