อำเภอนาจะหลวย ส่งผลงาน ต้นเทียนพรรษาประเภทแกะสลัก ขนาดเล็ก เข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 โดยนำเสนอเรื่องราวจาก มหาเวสสันดรชาดก ควบคู่กับ พุทธประวัติ ตั้งแต่การอัญเชิญพระโพธิสัตว์จากสวรรค์ชั้นดุสิตลงมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ จนถึงพระสุบินนิมิตของพระนางสิริมหามายา สะท้อนการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์และการอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์ประกอบสำคัญของต้นเทียน
 ลำต้นเทียน ลำต้นเทียนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร ความยาว 250 เซนติเมตร โดยส่วนยอดแกะสลักเป็นฉาก อัญเชิญพระเวสสันดรลงมาจุติ ตามเรื่องราวใน มหาเวสสันดรชาดก ก่อนที่พระโพธิสัตว์จะเสด็จมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ประทับอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตในฐานะ สันดุสิตเทพบุตร เมื่อถึงกาลอันสมควร เหล่าเทวดาจึงพร้อมใจกันอัญเชิญพระองค์เสด็จลงมาบังเกิดในโลกมนุษย์ เพื่อบำเพ็ญพระบารมีจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฐานรองรับองค์ประกอบของต้นเทียนมีขนาด กว้าง 250 เซนติเมตร ยาว 9 เมตร และมีความสูงจากพื้นถึงยอด 4 เมตร
 ด้านหน้าขบวน ด้านหน้าขบวนจัดสร้างเป็น ช้างนาฬาคิรี เล่าเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงใช้พระเมตตาเอาชนะช้างนาฬาคิรี ซึ่งถูกปล่อยให้เข้ามาทำร้ายพระองค์ ด้วยพระเมตตาและพระบารมี ช้างนาฬาคิรีที่กำลังดุร้ายกลับสงบลงและหมอบถวายบังคม เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงชัยชนะของ เมตตาธรรม และสอดคล้องกับหลัก พรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
 ด้านหลังขบวน ด้านหลังขบวนถ่ายทอด พระสุบินนิมิตของพระนางสิริมหามายา เมื่อทรงสุบินเห็น ช้างเผือกถือดอกบัวขาว เสด็จเข้าสู่พระครรภ์ทางเบื้องขวาในยามใกล้รุ่ง ซึ่งถือเป็นนิมิตอันเป็นมงคลสูงสุด พราหมณ์หลวงได้ถวายคำพยากรณ์ว่า พระราชโอรสที่จะประสูติ หากทรงครองราชย์จะเป็น พระเจ้าจักรพรรดิราช แต่หากเสด็จออกผนวช จะตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมา พระโพธิสัตว์ได้ประสูติในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือ วันวิสาขปุรณมี ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ตามคำพยากรณ์ทุกประการ

#ต้นเทียนประเภทแกะสลัก #ขนาดเล็ก #อำเภอนาจะหลวย #ประเพณีแห่เทียนพรรษา #แห่เทียนพรรษา #วันเข้าพรรษา #หล่อเทียนพรรษา #ทำบุญเข้าพรรษา #แห่เทียนอุบล #เทียนพรรษาอุบล #เที่ยวอุบล #UbonRatchathani #AmazingThailand #พุทธศิลป์ #แกะสลักเทียน #ขบวนแห่เทียน #งานศิลปะไทย #วิจิตรตระการตา