อำเภอเหล่าเสือโก้ก ส่งผลงาน ต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก เข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 โดยรังสรรค์ผลงานจากศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราว พระมหาชนกบำเพ็ญวิริยบารมี และ พระพุทธเจ้าทรงชนะพญามาร ผ่านศิลปะงานติดพิมพ์ที่วิจิตรงดงาม พร้อมสอดแทรกหลักธรรมเรื่องความเพียร ความอดทน และชัยชนะของความดีเหนือกิเลส
จุดเด่นของต้นเทียนคือการใช้ ลวดลายไทยโบราณ อาทิ ลายกนก ลายประจำยาม ลายกระจัง ลายช่อหน้าสิงห์ และลวดลายประดับอื่น ๆ ผลิตด้วยกรรมวิธีแกะแม่พิมพ์หินชนวน ก่อนนำขี้ผึ้งแท้หลอมละลายกดลงบนแม่พิมพ์ แล้วติดเรียงลงบนโครงต้นเทียนทีละชิ้นอย่างประณีต จนเกิดมิติที่งดงามเสมือนงานแกะสลัก
องค์ประกอบสำคัญของต้นเทียน
ลำต้นเทียน
ลำต้นทรงแปดเหลี่ยม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร
ความสูงลำต้น 2.25 เมตร ส่วนยอดสูง 25 เซนติเมตร
ยอดประดับลวดลายกลีบบัว
ลำต้นตกแต่งด้วยลายนาคคาบ ลายประจำยาม ลายพู่ระย้า ลายผีเสื้อ ลายก้านแยงใหญ่ ลายก้านขดกลาง และลายฟันปลา
รูปทรงแปดเหลี่ยมสื่อถึง อริยมรรคมีองค์ 8 หรือหนทางสายกลาง ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร ยังสื่อถึง 45 พรรษาแห่งการประกาศพระพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้า ส่วนฐานสี่เหลี่ยม หมายถึง อริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ขณะที่ยอดทรงดอกบัวตูมเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี
ด้านหน้าขบวน
ด้านหน้าขบวนถ่ายทอดเรื่อง พระมหาชนก ในมหาชาติชาดก ชาติที่ 2 ขณะเสด็จโดยเรือสำเภาจากเมืองกาลจำปาคะไปยังเมืองมิถิลานคร แต่เรืออับปางกลางมหาสมุทร
พระมหาชนกทรงว่ายน้ำด้วยความเพียรตลอด 7 วัน 7 คืน แม้จะยังไม่เห็นฝั่ง พระนางมณีเมขลาเห็นความมุ่งมั่น จึงอุ้มพระองค์ไปส่งยังเมืองมิถิลา
ต่อมา เมื่อกษัตริย์เมืองมิถิลาสวรรคต พระมหาชนกทรงไขปริศนาราชสำนักได้ครบทั้ง 13 ข้อ และยกคันธนูหนักหนึ่งพันแรงคนได้สำเร็จ จึงได้รับการอัญเชิญขึ้นครองราชย์ นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่บ้านเมือง เรื่องราวนี้สะท้อนหลักธรรมเรื่อง วิริยะบารมี ความเพียร และความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
ด้านหลังขบวน
ด้านหลังขบวนถ่ายทอด พุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าทรงชนะพญามาร เมื่อพญาวัสสวดีมารยกกองทัพพร้อมช้างคีรีเมขลาและบริวารเข้าขัดขวางการตรัสรู้ พร้อมเนรมิตมหันตภัยทั้ง 9 ประการ ทั้งฝนไฟ ก้อนหิน และศาสตราวุธนานาชนิด
แต่ด้วยพระบารมีของพระพุทธองค์ อาวุธทั้งหมดกลับแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้ ธูป และเทียนสำหรับบูชา จากนั้น พระแม่ธรณี ปรากฏกาย บีบมวยผมให้น้ำแห่งบุญบารมีไหลหลาก จนกองทัพพญามารพ่ายแพ้ รายล้อมด้วยเหล่าเทพเทวดาและพญานาคราชผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา สะท้อนชัยชนะของธรรมะเหนืออธรรมอย่างสมบูรณ์
การจัดสร้าง ต้นเทียนใช้งบประมาณ 250,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 4 แห่ง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ภาคธุรกิจ และประชาชนชาวอำเภอเหล่าเสือโก้ก ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานี
คณะช่างผู้จัดทำ
ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก ของอำเภอเหล่าเสือโก้ก สร้างสรรค์โดย
นายแก้วกล้า บัวศรี
ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและภูมิปัญญางานศิลป์ไทยออกมาเป็นผลงานที่งดงาม สมคุณค่าของงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี