แนวคิดของขบวนเริ่มจากฉาก พญามารยกกองทัพเข้าขัดขวางการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ก่อนจะดำเนินเรื่องสู่ตอน พระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อเป็นสักขีพยานแห่งบุญบารมี จนสามารถปราบหมู่มารได้สำเร็จ ถ่ายทอดแก่นธรรมเรื่องความเพียร ความเสียสละ และพลังแห่งความดีที่สามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง
องค์ประกอบสำคัญของต้นเทียน
ลำต้นเทียน
ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร สูง 2 เมตร
ยอดต้นเทียน ออกแบบเป็นทรงพุ่ม ประดับด้วยกล้ามเทียนและกระทงรองฐาน
ลำต้นเป็นทรงแปดเหลี่ยม ใช้เทียนฟั่นขนาดเล็กมัดรวมกัน ตกแต่งด้วยลวดลายจากดอกขี้ผึ้ง
ประดับวัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่น พร้อมสื่อความหมายผ่านผลงาน "เทียนพรรษาสักการะพระพุทธเจ้า 5 พระองค์" ได้แก่ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระโคตมพุทธเจ้า และพระศรีอริยเมตไตรย
ฐานต้นเทียน
ฐานรองรับต้นเทียนออกแบบเป็นกระทงทรงดอกบัว
ใช้วัสดุพื้นบ้าน เช่น ใบตอง ใบลาน ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และดอกไม้นานาชนิด ผ่านเทคนิคการพับ จับจีบ และเย็บตกแต่งอย่างประณีต
ฐานขบวน มีความกว้าง 2 เมตร ยาว 6 เมตร และมีความสูงจากพื้นถึงยอดบุษบกประมาณ 5 เมตร โดยออกแบบให้สอดคล้องกับเนื้อหาในพระไตรปิฎก
ด้านหน้าขบวน
ด้านหน้าขบวนถ่ายทอด พุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าผจญมาร เมื่อพญาวสวัตตีมารยกกองทัพเข้าขัดขวางการบำเพ็ญเพียรก่อนการตรัสรู้ แต่พระองค์ทรงเอาชนะด้วยบารมีแห่งการให้ทาน และอาศัย พระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นสักขีพยานแห่งบุญกุศล จนกองทัพมารพ่ายแพ้ในที่สุด
ด้านหลังขบวน
ด้านหลังขบวนเล่าเรื่อง พระพุทธเจ้าปราบพญามาร อย่างละเอียด โดยเมื่อพญามารอ้างสิทธิ์เหนือบัลลังก์แห่งการตรัสรู้ พระพุทธองค์มิได้โต้ตอบด้วยวาจา แต่ทรงเหยียดพระหัตถ์แตะพื้นดิน อัญเชิญพระแม่ธรณีเป็นพยานแห่งการสั่งสมบุญบารมี
พระแม่ธรณีจึงปรากฏกาย บีบมวยผมที่อาบด้วยน้ำแห่งการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล จนเกิดสายน้ำมหาศาลพัดพากองทัพพญามารพ่ายแพ้ เปิดทางให้พระโพธิสัตว์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด
การตกแต่งขบวน
ต้นเทียนได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น ใบตอง ใบลาน ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ดอกไม้ รังไหม และวัสดุพื้นบ้านอื่น ๆ ผ่านฝีมือช่างปั้น ช่างเย็บร้อย ช่างติด ช่างแทงหยวก รวมถึงภูมิปัญญาชาวบ้านและเยาวชนในพื้นที่ จนกลายเป็นผลงานศิลปหัตถกรรมขนาดใหญ่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของอำเภอสว่างวีระวงศ์ และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ