f แชร์

ม.อุบลฯ ร่วมยกระดับงานแห่เทียนอุบล ่านการแสดงแสง สี เสียง

จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมยกระดับงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569 ให้เป็นมากกว่างานประเพณีทั่วไป เปิดเวทีการแสดงแสง สี เสียงสุดยิ่งใหญ่อลังการ "รุ่งอรุณรัศมี : อุบลราชธานีศรีวนาลัย" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความศรัทธา สะท้อนอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของจังหวัดในฐานะ "ดินแดนแห่งแสงแรกแห่งอารยธรรม แดนเทียน แดนธรรม และเมืองกัมมัฏฐานโลก"

โดยมี นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โดย ศูนย์นวัตกรรมบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดการแสดง ชมฟรี ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. โดยในคืนแรก (31 กรกฎาคม) มีผู้เข้าชมงานมากกว่า 5,000 คน สร้างความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ณ ลานเทียนเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

นับเป็นเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการสืบสานต่อยอดประเพณีแห่เทียนพรรษา จากวิถีชุมชนคนทำเทียน สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี มูลนิธิเจ้าคำผง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย โดยความร่วมมือ ดังกล่าวไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังมุ่งปลูกฝังคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สร้างการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป

โดยร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่อารยธรรมโบราณลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่แสงแรกแห่งอารยธรรมที่ผาแต้ม อารยธรรมโบราณลุ่มน้ำโขง การก่อร่างสร้างเมืองของเจ้าพระวอ เจ้าพระตา และเจ้าคำผง การสืบทอดพระพุทธศาสนา การกำเนิดประเพณีแห่เทียนพรรษา จนมาถึงแนวคิด "เมืองกัมมัฏฐานโลก" สำหรับแนวคิดหลักของการแสดง "อุบลราชธานี : ดินแดนแห่งอารยธรรม สู่เมืองกัมมัฏฐานโลก" โดย ศูนย์นวัตกรรมบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและการตลาด ทำหน้าที่อำนวยการ และเป็นหน่วยงานหลักจัดการแสดง โดย ศูนย์นวัตกรรมบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นหน่วยงานหลักจัดการแสดง สะท้อนให้เห็นว่าอุบลราชธานี มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี มีมรดกทางโบราณคดีและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 7 องก์ เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านกาลเวลาของเมืองอุบลราชธานี 

องก์ที่ 1: "แสงแห่งบรรพกาล" – ถ่ายทอดเรื่องราวของผาแต้ม ดินแดนแห่งแสงแรกของสยาม แหล่งหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
องก์ที่ 2: อารยธรรมลุ่มน้ำโขง ชี มูล – สะท้อนความรุ่งเรืองของนครเศรษฐปุระ และบทบาทสำคัญของพื้นที่อุบลราชธานีในเครือข่ายอารยธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่โบราณ
องก์ที่ 3: การสร้างบ้านแปงเมือง – ถ่ายทอดวีรกรรมอันกล้าหาญของบรรพชน ได้แก่ เจ้าพระวอ เจ้าพระตา และพระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) จนนำไปสู่การได้รับพระราชทานนาม "อุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช"
องก์ที่ 4: พระเจ้าใหญ่อินทร์แปง – สะท้อนศรัทธาและการสร้างพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี
องก์ที่ 5 - 6: ประเพณีแห่เทียนและสายพระป่ากัมมัฏฐาน – บอกเล่าจุดกำเนิดของประเพณีแห่เทียนพรรษา การพัฒนาพุทธศิลป์อันวิจิตรตระการตา และการสืบทอดสายพระป่ากัมมัฏฐาน จนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งธรรม
องก์ที่ 7: ดินแดนแสงแรกแห่งอารยธรรม – บทปิดท้ายที่รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฉายภาพอุบลราชธานีในฐานะดินแดนแห่งแสงเทียน แดนธรรม และความศรัทธา ที่พร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยรากฐานทางวัฒนธรรมอันมั่นคง 

รองศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการผลิตบัณฑิตและงานวิจัยสู่วิทยาการเชิงรุก โดยทำหน้าที่เป็น "กลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้กับการพัฒนาพื้นที่" ผ่านการบูรณาการศาสตร์หลากหลายสาขา ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม การออกแบบ เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อนำอัตลักษณ์ของเมืองอุบลราชธานีมาถ่ายทอดใหม่

สำหรับการแสดง "รุ่งอรุณรัศมี อุบลราชธานีศรีวนาลัย" ถือเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาเล่าเรื่องผ่านศิลปะการแสดงร่วมสมัย แสง สี เสียง และเทคโนโลยีมัลติมีเดีย เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงเรื่องราวดั้งเดิมได้อย่างน่าสนใจ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่มุ่งเน้นกระบวนการ "สร้างคน สร้างงาน และสร้างเศรษฐกิจไปพร้อมกัน" เมื่อคนรุ่นใหม่ได้นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม จะช่วยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดได้อย่างยั่งยืน 

งานสื่อสารองค์กร ม.อุบลฯ ข่าว

Sticky