วันที่ 29 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโกประจำประเทศไทย ได้จัดส่งหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ถึงนาย Kristof Vandenberghe หัวหน้าฝ่าย Earth Sciences and Geoparks ของ UNESCO เพื่อแจ้งอย่างเป็นทางการว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีความประสงค์จะเสนอ อุทยานธรณีอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani Geopark) ขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO Global Geopark
พร้อมยื่นเอกสารฉบับสมบูรณ์ปลายปีนี้
.
หนังสือระบุว่า การยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงเป็นขั้นตอนแรกตามระเบียบของ UNESCO ก่อนจะยื่น เอกสารเสนอขอรับการประเมินฉบับสมบูรณ์ ในรอบการรับสมัครระหว่าง 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569
.
อุทยานธรณีอุบลราชธานี
ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย–ลาวริมแม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร ใน 4 อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี รวมพื้นที่อนุรักษ์สำคัญ ได้แก่
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
วนอุทยานน้ำตกผาหลวง
.
เอกสารฉบับนี้ระบุว่า อุทยานธรณีอุบลราชธานีมีคุณค่าทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ ทั้งภูมิประเทศที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขง แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย ชั้นหินที่สมบูรณ์ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญของกลุ่มหินโคราช รวมถึงมีมรดกด้านโบราณคดี ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และดาราศาสตร์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
.
อุทยานธรณีอุบลราชธานีได้รับการประกาศเป็น อุทยานธรณีประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562 และได้พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์ของ UNESCO อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนหลักในการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ การศึกษา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
.
อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญคือ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้เสนอชื่อ อุทยานธรณีอุบลราชธานี เพื่อขอรับการพิจารณาเป็น UNESCO Global Geopark สะท้อนการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยต่อการผลักดันครั้งนี้ ขอ UNESCO พิจารณาอย่างเป็นทางการ
.
ในช่วงท้ายของหนังสือ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโกของไทย ได้ขอให้ UNESCO รับพิจารณาอุทยานธรณีอุบลราชธานีเข้าสู่กระบวนการประเมิน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับ UNESCO ตลอดกระบวนการสมัครและการประเมิน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของเครือข่ายอุทยานธรณีโลกของ UNESCO