กระดานข่าวชาวอุบล

ไกด์อุบล : พาเที่ยวเมืองอุบล อย่างคนอุบลเที่ยว
วันเวลาปัจจุบัน อังคาร ก.ย. 23, 2014 9:18 am

Pen Ta Hug



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 1:00 pm 
ตอนนี้ทางม.ราชภัฎอุบลราชธานีได้เปิดรับอาจารย์กว่า 200อัตรา ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมาก แต่ในสถาบันมีอาจารย์คู่สัญญาแล้ว มีจำนวนที่จะรับใหม่จริง ๆ ไม่ถึง 50 คน แต่ทางสถาบันก็เปิดรับหมดเพื่อจะคัดอาจารย์คู่สัญญาที่เป็นพวกจบป.ตรีทิ้ง จะคัดเอาเฉพาะพวกจบโท
แล้วดูในใบสมัครก็ไม่บอกรายละเอียดใด ๆ เลย บอกแค่จะรับจำนวนเท่านไรเท่านั้น แต่เงินเดือนและระยะสัญญาจ้างก็ไม่บอก แล้วทางม.ราชภัฎอุบลราชธานีต้องการอย่างไรกันแน่
สงสัยอธิการบดีม.ราชภัฎอุบลราชธานีท่านต้องการดัง ลงข่าวในหนังสือพิมพืล่ะมั่ง
คงต้องสนองความต้องการท่านแล้ว


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 1:04 pm 
มีเหตุการณ์แบบนี้ด้วยหรือไม่น่าเชื่อ กำลังจะไปสมัครอยู่แล้วเชียว เฮ้อ.............หางานอื่นดีกว่า


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 3:39 pm 
ใช่ๆ ได้ยินข่าวมาเหมือนกันมีพี่ ที่ทำงานที่นั่นมา 10 กว่าปี เป็นอาจารย์ประจำตามสัญญา บอกว่าตกงานแน่ๆ คราวนี้ สงสารเนอะ เราว่าไม่แฟร์เลยทำอย่างนี้ไม่ดี อาจารย์ก็มีอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้โอกาสคนเดิมที่มีอยู่ล่ะ ให้เวลาเค้าไปศึกษาเรียนต่อ โท เอก ที่ไหนก็ได้นี่นา เห็นว่าก็ไม่เคยมีเงินทุนให้เรียนอยู่แล้วนี่ เงินที่พวกเค้าเรียนต่อกัน ก็เป็นของอาจารย์เค้าเองนี่ เค้าก็อุตสาห์เรียนต่อเพื่อหวังจะได้อยู่ทำงานต่อไป กลับเป็นว่าคนยังไม่จบโท เอก ก็จะไม่มีงานทำ คนที่กำลังจะเรียนโดยหวังเอาเงินเดือนมาพัฒนาตนเอง ก็จะไม่ได้เรียน โหด.....โคตร ไม่ยุติธรรม สงกะสายยยยยย อยากได้ตังใต้โต๊ะมั้งหวังรวยก่อนหมดวาระละซิท่า อย่างนี้ออกข่าวหนังสือพิมพ์ไปเลยซิ เอาเลย เอาเลย เอาเลย ๆๆๆๆๆๆ หนับหนุนๆ :?:


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 4:09 pm 
หัวอกคณาจารย์คู่สัญญา

เลาะเลียบคลองผดุง

ตุลย์ ณ ราชดำเนินนอก tulacom@gmail.com



มี จดหมายในนามของคณาจารย์คู่สัญญามหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งร้องมาถึงที่นี่ ขอให้ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกให้สังคมได้สังเกตรับรู้ถึงเรื่องที่กำลังจะ เกิดขึ้นในราชภัฏเกือบทุกแห่งในขณะนี้

มหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าสอน อยู่นั้น ตอนนี้ได้มีการเปิดรับสมัครอาจารย์ที่เป็นอาจารย์คู่สัญญาใหม่นับร้อยอัตรา ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในทุกที่ (มหาวิทยาลัยที่ว่านี้ก็คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี http://www.ubru.ac.th)

แต่ มีข้อสังเกตที่ว่า แทนที่ท่านผู้นำ หรืออธิการบดี จะรับเพิ่มในตำแหน่งที่ต้องการเพิ่มจริงๆ เท่านั้น แต่กลับทำโดยวิธีการไม่ต่อสัญญาให้กับอาจารย์ท่านเดิมที่ได้สอนมานานหรือ ที่สอนอยู่ในปัจจุบัน

นั่นคือ ประกาศรับสมัครอาจารย์คู่สัญญาทั่วประเทศ ซึ่งการรับแต่เฉพาะ ป.โท และ ป.เอก เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่า การจะเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยได้ต้องมีคุณสมบัติเช่นนั้น

คงลืม ไปว่า ในปัจจุบันมีอาจารย์ประจำตามสัญญาบางส่วนบางท่านกำลังศึกษาในระดับป.โท และป.เอกอยู่จำนวนไม่น้อย ทำไมถึงไม่ยอมต่อสัญญาให้กับท่านอาจารย์เหล่านั้น หรือแม้กระทั่งอาจารย์ที่เป็นอาจารย์คู่สัญญาที่จบโท หรือ เอก แล้วก็ตาม กลับอ้างเหตุผลแบบกำปั้นทุบดินว่า เบื้องบนสั่ง

นั่นหมายถึง อาจารย์ประจำตามสัญญานั้นอยู่ในกำมือของผู้เป็นอธิการบดีและเหล่าบรรดารองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนั้นๆ มิอาจมีสิทธิมีเสียงโต้แย้งขอความเป็นธรรมได้

แสดง ให้เห็นว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งนั้นๆไม่รัก ไม่เห็นคุณค่าในตัวบรรดาลูกน้อง ในที่นี้ให้หมายถึงอาจารย์คู่สัญญา ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยนับร้อยๆ คนกำลังจะตกงาน เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ตรงตามสเป๊กของผู้นำ

แล้วที่ข้าราชการ ประจำทีไม่ชอบสอนล่ะ ทำไมไม่ลงโทษ ปลดลงจากการเป็นข้าราชการมหาวิทยาลัย ท่านเปิดรับสมัครอาจารย์คู่สัญญาใหม่เพื่ออะไร เพื่อได้อาจารย์ที่มีเส้นสายเข้ามาทำงานใช่หรือไม่ หรือเพราะว่าเหล่าอาจารย์คู่สัญญาเดิมไม่ใช่ลูกหลานท่าน

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดและน่าเห็นใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับอาจารย์คู่สัญญา

จาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด http://www.matichon.co.th/khaosod/khaos ... ionid=0331


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 4:57 pm 
ขอบคุณสำนักพิมพ์ข่าวสดมากๆ ครับที่เป็นสื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคณาจารย์ที่เป็นลูกจ้างในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบล ผมก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังจะโดนเลิกจ้างเหมือนกัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี กำลังเรียนต่ออยู่แท้ๆ ลูกเมียก็มี แถมยังเป็นเสาหลักของบ้านดูแลแม่ พ่อ ด้วย ความยุติธรรมมันอยู่ที่ไหนครับ ทำไมไม่ให้โอกาสอาจารย์ที่มีอยู่แล้วพัฒนาตนเองบ้าง อย่างนี้มันทุบหม้อข้าวหม้อแกงกันชัดๆ ครับ ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับท่านอาจารย์ทุกท่านที่เป็นลูกจ้าง ม.ราชภัฏอุบล ขอความเป็นธรรมด้วยเถอะครับ ................. :(


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 5:05 pm 
อืม........ได้ข่าววงในมาว่าสงสัยอธิการบดี อยากได้เงินใต้โต๊ะก่อนจะหมดวาระง่ะ ไม่รู้จิงอะเป่า แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจิงนะ เล......? สุดๆ................... ไม่ยุติธรรมง่ะ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 5:51 pm 
ก็ไปสอนที่อื่นสิครับ เยอะแยะไปหนิ ราพัฎทั่วประเทศไทยก็ตั้งเยอะ โปลี ราชธานีอีก

ไม่น่าจะหมดทางหรอกน่า


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 30, 2007 6:57 pm 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่ ไกด์อุบล

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ย. 11, 2006 9:55 am
โพสต์: 20
สารจากสมาพันธ์นักศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ขอร่วมเปิดโปงด้วย
ผองเพื่อนพี่น้องชาวราชภัฎอุบลราชธานี ทราบกันหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในภาคเรียนการศึกษาที่ 1/2549 ที่ผ่านมานั้น กับเพื่อนพี่น้องนักศึกษารั้วเทาชมพูแห่งนี้ มันเป็นเรื่องการเอารัดเอาเปรียบพวกเรานักศึกษา โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีของเราเอง กล่าวคือ ในภาคเรียนที่ 1/2549 มีนักศึกษาเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีเป็นจำนวนมาก และมหาวิทยาลัยฯ ได้เข้าร่วมโครงการ กรอ. เพื่อให้นักศึกษาสามารถกู้ยืมเงินค่าเล่าเรียน จากตรงนี้มหาวิยาลัยฯก็เรียกเก็บค่าเทอมเหมาจ่าย โดยถ้าเป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ เก็บค่าเล่าเรียน คนละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) ต่อเทอม และถ้าเป็นสายสังคมศาสตร์ เก็บค่าเล่าเรียน คนละ 9,000 บาท (เก้าพันบาท) ต่อเทอม ซึ่งเป็นการเรียกเก็บค่าเทอมที่แพงมาก เป็น สองเท่าตัว เมื่อเทียบกับแบบเดิมที่มหาวิทยาลัยฯเคยเรียกเก็ยตามหน่วยกิตที่ลงทะเบียน ซึ่งเก็บ เทอมละ 3,800 บาท ตามหน่วยกิต อย่างที่รู้กันโดยทั่วไปว่ามหาวิทยาลัยฯของเรานี้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น นักศึกษาที่เข้ามาเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นลูกชาวนาคนจนๆ นี่เอง และถึงแม้จะมีกองทุน กรอ. ให้กู้ยืม แต่นักศึกษาก็ต้องเป็นหนี้แถมยังต้องจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยธนาคาร(ซึ่งแพงมาก) ไม่ใช่ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อปีเหมือน กยศ. ผลปรากฎว่าจากค่าเทอมที่มหาวิทยาลัยฯเรียกเก็บแพงขึ้น แต่ผลประโยชน์ที่นักศึกษาพึงจะได้รับจากค่าเทอมนั้น กลับน้อยลง กล่าวคือ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ในการเรียนที่พวกเราได้รับนั้นเพียง แค่ 155 บาทต่อคนต่อวิชา หรืออยู่ที่ 10 % ของค่าเทอม จาก 155 แยกได้ คือ 1.ค่าตำราเรียน คนละ 80 บาท ต่อเทอม 2.ค่าอุปกรณ์การเรียน 75 บาท ต่อคนต่อเทอม เท่านั้นเอง ซึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับแบบเดิมที่เคยได้รับคือประมาณ 60-80% อย่านี้หมายความว่าอย่างไร ? และนอกจากนี้ ค่ากิจกรรมนักศึกษา พวกเราก็ยังได้รับแค่ 100 บาทต่อคน เท่าเดิม!! ซ้ำร้ายกว่านั้น ในใบเสร็จค่าเล่าเรียนก็ไม่มีการแสดงรายการหรือแจกแจงใดให้เห็นเลย ทำให้หลายๆคนมีปัญหาในการที่ผู้ปกครองจะนำไปเบิกค่าเล่าเรียน
ทำให้เบิกค่าเล่าเรียนลูกไม่ได้ แต่มหาวิทยาลัยที่อื่นเขาก็ยังมีการแจกแจงรายการในใบเสร็จอยู่เหมือนเดิม “อะไรคือความชัดเจน? “ และ “ อะไรคือความยุติธรรม ?? “ และดูเหมือนว่าทางมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลฯ ไม่มองเห็นความเดือนร้อนอันนี้ของนักศึกษาของตนเองเลย ยังนิ่งดูดายเพิกเฉย และเงินที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี สำรองจ่ายก่อน เป็นจำนวนเงิน 1,680 (หนึ่งพันหกร้อยแปดสิบบาท) ต่อคนเมื่อตอนต้อนเทอมและรับปากว่าจะคืนเงินจำนวนนั้นให้นักศึกษา จนป่านนี้พวกเรายังไม่ได้รับเงินคืน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเทอมที่ 1/ 2549
ยังไม่จบแค่นั้นการกู้เอารัดเอาเปรียบของพวกเรายังมีต่อ ที่ภาคเรียนที่ 2/2549 ในการต่อสัญญากู้ยืมเงิน กรอ.นั้น ถ้าใครได้อ่านหนังสือสัญญานั้นจะเห็นว่า หนี้ที่นักศึกษากู้ด้วยกองทุน กยศ. ตั้งแต่สมัยที่ยืมเรียนมัธยมปลาย นั้น เขารวมหนี้กองทุน กยศ. เข้ามาอยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับ กรอ. และถ้านักศึกษาไม่ชำระตามกำหนด ก็จะเสียดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 1.5 บาท ต่อเดือน ถ้าอย่านี้ ทั้งชีวิต ต้องทำงานใช้หนี้กองทุกเพื่อการศึกษาอย่างเดียว มาสามารถลืมตาอ้าปากได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ถ้ามหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานียังจะให้นักศึกษาเสียค่าเทอมที่แพงอย่างนี้ พวกเราก็จะต้องเป็นนี้อย่างมากๆๆ ขึ้น ไหนบอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถ่นแต่ที่ปฎบัติจริงกลับเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้คนในท้องถิ่น เอารัดเอาเปรียบลูกชาวไร่ชาวนาจนๆ

ถ้าทางมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ยังเรียกเก็บค่าเทอมที่แพงและเอารัดเอาเปรียบกันอย่างนี้อยู่อีกทางสมาพันธุ์นักศึกษาก็จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องรวมพลังและแสดงพลังนักศึกษา เรียกร้องสิทธิ ความถูกต้องยุติธรรม ให้เกิดขึ้น ทางสมาพันธ์จึกขอเชิญชวนเพื่อนพี่น้องน้กศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 3 ที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2549 ที่ได้รับความเดือนร้อนโดยตรง มารวมพลังกันเพื่อมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี เรียกเก็บค่าเทอมแบบเดิม (เหมือนอย่างที่ ม.ราชภัฎอื่น )คือไม่เกินทอมละ 3,800 บาท (สามพันแปดร้อยบาท) ในอัตราที่ถูกลง และแสดงพลังให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีและชาวอุบลราชธีนนี เห็นว่าเราเป็นนักศึกษา ไม่ใช่อะไรที่จะมาเอารัดเอาเปรียบพวกเรา หรือทำอะไรกันก็ได้ และขอให้เข้าใจ เห็นอกเห็นใจนักศึกษาอย่างพวกเรา บ้าง พ่อแม่ต้องทำนาขายข้าวมาเป็นข้าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของลูกๆ พวกเราไม่ได้ล่ำรวยเงินทองอย่างท่านผู้บริหาร อย่าขูดรีดนักศึกษาอย่างนี้เลย อย่างน้อย ขอให้คิดเห็นว่าทำเพื่อนายหลวงของเราก็ได้ พ่อหลวงของเราคงไม่สบายพระทัยหารทรงรู้ว่าราษฎรของพระองค์เดือดร้อน
สุดท้ายนี้ ทางสมาพันธุ์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ขอยกพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัว เผื่อจะช่วยให้นักศึกษาได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา

“ คนเรา ถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย พอเพียง อาจมีมาก อาจมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น “


ไม่จริงครับพี่น้อง ขนาด ม.ราชภัฎอุบลราชธานี ยังไม่ออกนอกระบบ ยังขึ้นไป 120 % กว่าแล้ว จากรุ่นปี 2548 นะ เทอมละ 3800 บาท มาใน รุ่นปี 2549 ขึ้นตั้ง 9000- 10000 บาท

ถ้าหากผู้บริหารของมหาลัยมี ศีลธรรม คุณธรรม สักนิด ปัญหานี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ผู้บริหารก็มาจากครูบาอาจารย์ในมหาลัยนั่นเอง การเป็นครูอาจารย์และมาอยู่ตรงจุดนี้น่ะ ควรจะมาเป็นผู้ให้ จึงจะถูก ไม่ใช่มาเป็นผู้กอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ดังนั้น ถ้าผู้นำขององค์กรใดไร้ซึ่งคุณธรรมศีลธรรมแล้วล่ะก็ องค์กรนั้นก็ไม่มีทางพัฒนาก้าวหน้าเจริญเติบโตไปได้ ทุกคนในองค์กรก็จะได้รับแต่ความเดือดร้อนเป็นทุกข์ ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ ที่ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี!!!!!!!
เราจะต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
เราจะรวมพลังและแสดงพลังนักศึกษาเรียกร้องสิทธิ์ และความถูกต้องและยุติธรรม
ถึงผองเพื่อนทั้งหลายเราทำเพื่อส่วนรวม เพื่อลูกหลายพี่น้องชาวอุบลราชธานี ที่ต้องการแก้ไขด่วนที่สุด
การศึกษาไม่ใช่ธรุกิจ ของใคร? ที่จะเข้ามาหาผลประโยชน์
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีแห่งนี้
ร่วมต้านสุดตัว

สมาพันธ์นักศึกษา ม.ราชภัฎอุบลราชธานี
หมายเลขโทรศัพท์ 045 - 352000 - 29 โทรสาร 045 - 311472 , 045 - 311465
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=5379



สมาพันธุ์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี 2549

เอาเรื่องนี้ไปออกอากาศด้วย นิดเดียวก็ยังดี เพื่อเป็นกรณีศึกษา การกินบ้านโกงเมือง


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: เสาร์ มี.ค. 31, 2007 5:39 am 
เก่งจริงต้องอยู่ได้ ..


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: เสาร์ มี.ค. 31, 2007 8:12 am 
ออฟไลน์
จะเป็นรุ่นใหญ่ ไกด์อุบล
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ธ.ค. 25, 2006 1:24 pm
โพสต์: 987
ที่อยู่: อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
เข้ามาอ่านครับ แต่ผมคงออกความเห็นไม่ได้

:?

------------------------------------------------
http://empiredark.multiply.com


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: เสาร์ มี.ค. 31, 2007 10:09 pm 
มีโอกาสคัดเลือกน่าจะดีกว่า
นี่อะไรมองไปแง่ร้ายไปหมด


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: เสาร์ มี.ค. 31, 2007 10:23 pm 
8) เฮ้อ..........นึกไม่ถึงว่าจะมีคนโพสต์เรื่องนี้ คิดว่าทุกคนจะเงียบกันไปหมด ที่จริงแล้วอยากให้ทุกคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ร่วมตัวกันทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ให้ผู้มีอำนาจ (เลว ๆ ) มาบีบให้เราไม่มีทางเลือก ทั้งที่พวกที่เดือดร้อนก็ทำงานให้เขา ให้เขามีตังค์ไปใช้สอยอย่างสบาย ๆ แต่ดูที่เขาทำกับพวกเราสิเป็นอย่างไร มันน่า.............. ไหม
ยังไงเราต้องร่วมมือกัน.....สู้ ๆ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 01, 2007 11:10 pm 
ได้อ่านเนื้อหาของเจ้าของกระทู้ที่เขียนจดหมายลงหนังสือพิมพ์แล้วน่าสงสัยครับว่าต้องการอะไร ผมข้อตั้งข้อสังเกตดังนี้ครับ
1. ถ้าอาจารย์คู่สัญญาเดิมที่มีวุฒิการศึกษาระดับ โท หรือ เอก และมีผลการทำงานดีน่าจะได้รับคัดเลือกเข้ามาอีกนะครับ
2. ในกรณีของอาจารย์คู่สัญญาที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขนะครับเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ
3. พฤติกรรมของอาจารย์คู่สัญญาหลายท่าน ทำตัวไม่เหมาะสม การพิจารณายกเลิกสัญญาเป็นราย ๆ ไปคงน่าเกลียดครับ ไม่ส่งผลดีแน่ครับ ยกเลิกทั้งหมดเพราะหมดสัญญาที่ทำไว้ (อย่าลืมนะครับว่าเป็นอาจารย์ประจำตามสัญญา)
4. การพูดเข้าข่ายหมิ่นประมาทนะครับที่บอกจะเอาลูกหลานเข้ามาทำงาน ถ้าท่านมีหลักฐานก็ฟ้องศาลปกครองนะครับ
5. ผมไม่อยากให้ท่านที่ผิดหวังจากคุณสมบัติที่เขากำหนดขึ้นใหม่แล้วท่านไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ออกมาโวยวายนะครับ เพราะคุณวุฒิของท่านเองต่างหากที่ไม่เหมาะสม ต้องยกระดับคุณวุฒิของตัวเองครับ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ เม.ย. 02, 2007 8:51 am 
คนภายในราชภัฎ เขาเล่าให้ฟังว่าที่ต้องเปิดรับมาก จะมีเรื่องของงบประมาณที่ได้รับจัดสรรเข้ามาเกี่ยวข้อง และคนที่เป็นอาจารย์คู่สัญญาเขาเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า ต้องไปสอนแทนอาจารย์บางคนที่เก่าแก่ในนั้น ระบบการสอนยังไม่ชัดเจน หากไม่ปฏิบัติตามหรือไม่ถูกใจก็มีผลต่อการประเมินที่จะต่อสัญญาในปีต่อไป ได้ยินแบบนี้รุ้สึกไม่สบายใจ หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีในอนาคต


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ เม.ย. 02, 2007 11:05 am 
:D ในส่วนของการสอนไม่ว่าจะเป็งที่ใดๆ ข้าราชการครู ประจำจะเลือกวิชาที่สอนก่อน ที่เหลือ ให้อาจารย์อัตราจ้าง ไปแย่งกันเอง ส่วนที่จะให้อ.อัตราจ้างเดิมออก นั้นเพราะเขากำหนดให้อ.ต้องจบปริญญาโท เป็งอย่างน้อย และต้อง เพิ่มจำนวนอ.ให้ได้ตามมาตรฐาน หัวเฉลี่ย นักเรียนนักศึกษาเท่าไหร่ต่ออาจารย์ 1 คน(40รึป่าวไม่แน่ใจผมเคลิ้มคุยกะสาว) และ ต่อไป หากต้องการจะประกอบอาชีพครู จะต้องจบปริญญาโท เริ่มบีบกันแล้วคับ ใครไปสมัครเรียน เอาวุฒิครู คงเสียเงินกันซื้อแห้วอิอิ ผมไม่รู้ว่าจะบีบกันทำไม เนื่องจากสภาวะความเป็นจริงตลาดแรงงาน ต้องการแค่คนจบ ปวช. ปวส. เท่านั้น ส่วนที่เกินกว่านั้นต้องแย่งกันหางานทำ ปริญญาตรี นี้แทบจะไร้ค่าโดยเฉพาะ สายวิทย์อุตของราชภัฏ ไปที่ไหนก้อไม่มีใครอยากรับ รับแต่วิดวะ ไม่ก้อสถานบันอื่นแทน น้อยคนที่จะจบได้งานตรงตามวุฒิที่จบ รัฐบาลยังบีบให้เรียนโทอีก ก้อไม่ใช่ไรหรอก ค่าเทอมปริญญาโทมันสูง แต่ค่าใช้จ่ายในการสอนต่ำ กำไรมากอ่ะดิ
ปล. ผมอยากจะบอกว่า เรียนอะไรก้อเรียนไปเถอะครับ บ้างคน เรียนไม่จบได้งานการดี มีความสุขเหมือนกัน ได้คนจบ.ด๊อกเตอร์ต้องใช้ความขยันอดทนเสียเวลา เสียโอกาสอะไรไปเยอะ กว่าจะพบความสุข แต่บางคนเรียนไม่จบ ก้อได้งานที่ดี เจริญกว่าหน้า ในการงาน และครอบครัว จะว่าแล้วแต่บุญใครบุญมันนั้นแหละ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ เม.ย. 02, 2007 2:21 pm 
ได้อ่านเนื้อหาของเจ้าของกระทู้ที่เขียนจดหมายลงหนังสือพิมพ์แล้วน่าสงสัยครับว่าต้องการอะไร ผมข้อตั้งข้อสังเกตดังนี้ครับ
1. ถ้าอาจารย์คู่สัญญาเดิมที่มีวุฒิการศึกษาระดับ โท หรือ เอก และมีผลการทำงานดีน่าจะได้รับคัดเลือกเข้ามาอีกนะครับ
2. ในกรณีของอาจารย์คู่สัญญาที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขนะครับเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ
3. พฤติกรรมของอาจารย์คู่สัญญาหลายท่าน ทำตัวไม่เหมาะสม การพิจารณายกเลิกสัญญาเป็นราย ๆ ไปคงน่าเกลียดครับ ไม่ส่งผลดีแน่ครับ ยกเลิกทั้งหมดเพราะหมดสัญญาที่ทำไว้ (อย่าลืมนะครับว่าเป็นอาจารย์ประจำตามสัญญา)
4. การพูดเข้าข่ายหมิ่นประมาทนะครับที่บอกจะเอาลูกหลานเข้ามาทำงาน ถ้าท่านมีหลักฐานก็ฟ้องศาลปกครองนะครับ
5. ผมไม่อยากให้ท่านที่ผิดหวังจากคุณสมบัติที่เขากำหนดขึ้นใหม่แล้วท่านไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ออกมาโวยวายนะครับ เพราะคุณวุฒิของท่านเองต่างหากที่ไม่เหมาะสม ต้องยกระดับคุณวุฒิของตัวเองครับ

ผมไม่มั่นใจว่าท่านที่ตอบกระทู้ มีข้อมูลการบริหารจัดการอาจารย์คู่สัญญาจริง-เท็จแค่ไหน เพื่อให้มองภาพอีกมุมหนึ่ง ขอเสนอดังนี้
ข้อ 1 คำว่าอาจจะดูจะไม่มั่นคงเท่าไหร่นะครับ เป็นที่ทราบกันว่าระบบราชการไทยปัจจุบันบริหารจัดการเป็นแบบอุปถัมป์
ข้อ 2 กรณีไม่ตรงกับประกาศถูกต้องครับ แต่ในการที่จะรับพนักงานเพิ่ม ต้องมีการประเมินก่อนใช่ไหมครับ หลายคนจะจบการศึกษาระดับปริญญาโทอีก 1 เดือน อีก 1 ภาคเรียน อีก 1 ปี คนเหล่านี้เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยช่วยสร้างชื่อเสียง เคยออกแนะแนวให้นักเรียนมาสมัครเรียน (ไม่มีโหลด ไม่มีนักเรียนก็ไม่ได้จ้าง พอมีเด็ก พอมีนักเรียน ปลดออก นี่หรือคือผลตอบแทนการปฏิบัติงาน)คนที่ท่านเคยบอกว่า เงินเดือนจะขึ้น จะต่อสัญญา 1 ปี 2 ปี 3 ปี สุดท้ายปลดออก สงสัยว่าความดีความงามที่เกิดขึ้น ทำไมไม่นำมาพิจารณา แล้วอาจารย์ประจำที่จบปริญญาตรีท่านจะพิจารณาอย่างไรครับ
ข้อ 3 การปลดพนักงานที่ทำผิดเป็นรายๆๆ ไป ทุกคนคงพูดเหมือนผม ไม่น่าเกลียดหรอกครับ แต่การเอาคนไม่ดีไว้นั่นหละน่าเกลียด หากมีคนไม่ดี ในหน่วยงาน 10 คน แล้วปลดออก 200 คนก็คุ้มดีนะ หากทำแบบนี้ทุกหน่วยงานสังคมวุ่นวายแน่
ข้อ 4 ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นสิ่งที่กระทำได้ระหว่างบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย
ข้อ 5 ผมว่าการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่การโวยวาย ข้อมูลทุกอย่างผู้บริโภคสื่อ ทุกคนก็รับสื่ออย่างมีดุลยพินิจ เป็นการดีอีก หากมีข้อผิดพลาดจุดใดที่เรามองไม่เห็น คนอื่นจะได้ช่วยแนะนำ หากข้อมูลไม่จริง ผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะสามารถชี้แจงได้

ผมไม่ค่อยมั่นใจกับการบริหารระบบการศึกษาในปัจจุบัน การไม่มีบรรจุ แต่งตั้ง กลายเป็นช่องโหว่ระหว่างอาจารย์ประจำ กับอาจารย์คู่สัญญา ยกตัวอย่างงเช่น พรบ. การศึกษาอาจารย์ประจำสอน[b]ไม่เกิน[/b] 12 คาบต่อสัปดาห์ อาจารย์คู่สัญญา[b]สอนอย่างน้อย [/b]15 คาบต่อสัปดาห์ อาจารย์ประจำคุยกันเรื่องขั้น 2 ขั้น เงินโบนัสออก อาจารย์คุ่สัญญาคุยกัน เดือนหน้าจะหมดสัญญาแล้ว อาจารย์ประจำคุยกันทำ ผศ รศ ได้เงินประจำตำแหน่ง อาจารย์คู่สัญญาคุยกันตำแหน่งงานเยอะแยะ มีแต่งานไม่มีเงิน อาจารย์คู่สัญญาคุยกันเดือนนี้ต้องขอเงินผู้ปกครองจ่ายค่าเล่าเรียน อาจารย์ประจำเดียวไปเบิกค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าไปราชการ อาจารย์ประจำประเมินเพื่อรับขั้นเงินเดือน อาจารย์คู่สัญญาประเมินเพื่ออยู่หรือไป ทำไงได้เกิดผิดยุค บาปที่ไม่ได้ก่อ

หลายหน่วยงานมีนโยบายต่อก่ารพัฒนาอาจารย์คู่สัญญา แต่ก็ไม่นำมาปฏิบัติ เกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินก็มีแต่ก็ไม่ใช้ การต่อสัญญา 4 เดือน 6 เดือน 10 เดือน ปลดออก สอบใหม่ ไม่เข้าเกณฑ์กฎหมายแรงงาน เรื่องนี้รอบคอบมากๆ ผลประโยชน์เมื่อตกงานที่พนักงานจะได้รับก็ขาดหายไป

น่าคิดนะครับว่าการศึกษาไทยจะก้าวหน้าขนาดไหน ผู้ที่จะเป็นปูชนียบุคลคล เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ อบรมสั่งสอนเยาชนของชาติ ยังไม่มีความมั่นคง แล้วจะทำให้คนเรียนด้วยมั่นใจได้อย่างไร นโยบายการบริหารจัดการบุคลากรที่ปฏิบัติจริงต่ออาจารย์คู่สัญญา กับอาจารย์ประจำก็แตกต่างกัน

เราเคยเห็นการบริหารงานแบบเด็ดขาดมาแล้ว บ้างก็ดี บ้างก็เดือดร้อน ออกแนวเดือดร้อนมากกว่า จนทำให้ประเทศอยู่ในสถานะการแบบนี้ ดังนั้นการที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ต้องทำด้วยใจรัก แน่นอนอยู่แล้วว่า ทุกคนต้องการให้หน่วยงานมีคุณภาพ ผ่านการประเมินของ สมศ. กรอ.การผ่านการประเมิน การได้มาซึ่งคุณภาพมีหลากหลายวิธี 10 เดือน เอาคนใหม่ ๆ วิธีนี้คงไม่ใช่ แน่นอน การได้มาซึ่งพนักงานที่เป็นงาน ไม่ต้องลงทุน จบการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ช้านิดหนึ่ง แต่ก็ได้ใจคน คนที่มีกำลังใจที่จะทำงาน น่าจะดีกว่า ได้เร็วแต่ขาดซึ่งความไว้ใจ ความรัก ความสามัคคี มีแต่ความหวาดระแวง หากยังบริหารจัดการเช่นนี้ปัญหาก็แก้ไม่จบ
ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นหลายหน่วยงาน หลายสถาบัน วิงวอนผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ไข เพื่อให้อนาคตการศึกษาไทย ฟื้นตัวมายืนในระดับเดิม และก้าวเดินอย่างมั่นคง


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ เม.ย. 02, 2007 2:28 pm 
ตอบ คนผ่านมา
1. ที่เขาเรียกร้องไม่ใช่เพราะการทำงานดีหรือการได้รับคัดเลือกเข้ามาเพียงแต่การเรียกร้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาพึ่งกระทำและพึงรู้ จากหน่วยงานที่เรียกตัวเองว่ามีมาตรฐาน
2. เงื่อนไขหรือกติกูที่กำหนดมาไม่ได้มีใครเถียง เพียงแค่กติกูที่กำหนดขึ้นมานั้นเป็นมติของสภาหรือมติของกู
3. พฤติกรรมที่ว่าไม่เหมาะสมนั้นคือด้านไหนล่ะท่าน หากเป็นเรื่องส่วนตัวนอกเหนือจากการสั่งสอนให้ศิษย์เป็นคนดีอย่าไปว่าเลยเพราะทุกคนยืนอยู่บนพื้นฐานทางสังคมที่แตกต่างกัน
4. ที่พูดไม่ใช่หมิ่นประมาทเพียงแค่เป็นการสะท้อนระบบราชการที่ผ่านมาซึ่งต้องยอมรับตรงนี้
5. เราไม่ได้ผิดหวังจากกติกูที่กำหนดมาหรอกแต่จะดีใจหากคุณมีมตราฐานที่ดังคำพูดหรือกติกูกำมะลอต่างๆ นานา


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ เม.ย. 02, 2007 4:23 pm 
:( คงเป็นเวรกรรมที่สร้างขึ้นเองจริงๆ เมื่อบ้านที่กรรมกรกลุ่มหนึ่งเคยอยู่ เคยสร้างด้วยใจรักยิ่ง ผู้คนมากมายผ่านมา ได้อาศัย ได้เรียนรู้ศึกษา ได้พึ่งพิงรุ่นแล้วรุ่นเล่าเจ้านายปลื้มปิติยินดี ได้หน้าได้ตา แม้จะเป็นช่วงเวลาอันน้อยนิด แต่วันนี้กรรมกรเหล่านี้กำลังถูกเจ้านายบอกว่าพวกเจ้าเหล่ากรรมกรจงไปจากบ้านของเราพวกเจ้าเป็นผู้ไม่สมคารที่จะสร้างบ้านหลังนี้แล้ว ด้วยเหตุผลว่าไร้คุณสมบัติที่จะเป็นกรรมกร


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อังคาร เม.ย. 03, 2007 4:32 pm 
ปัญหาภายใน ม.ราชภัฏอุบลราชธานีมีเยอะจริงๆ ทั้งเรื่องคุณวุฒิของอาจารย์และความน่าเชื่อถือทางวิชาการ อาจารย์เก่าๆที่เป็นข้าราชการก็ไม่ค่อยมาสอน หรือมาสอนก็สั่งแต่งานๆให้นักศึกษาทำ อาจารย์ขี้เกียจสอนกัน อาจารย์ใหม่ๆสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาสอนเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ที่จบแค่ป.ตรี นะ แล้วอย่างนี้คุณภาพของนักศึกษาหรือว่าบัณฑิตที่จบจากราชภัฏอุบลราชธานีจะเชื่อถือได้เหรอ เฮ้อ เป็นห่วง


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้: นศ.
โพสต์เมื่อ: อังคาร เม.ย. 03, 2007 10:11 pm 
แล้ว(อ.ปอ) ที่สอนบัญชี เทอมหน้าจะยังสอนอยู่รึเปล่าหรือว่า(อ.ปอ)จะลาออกรึเปล่าค่ะ ใครทราบช่วยบอกด้วย


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อังคาร เม.ย. 03, 2007 11:16 pm 
กรูเอง เขียน:
ผ่านมา เขียน:
ได้อ่านเนื้อหาของเจ้าของกระทู้ที่เขียนจดหมายลงหนังสือพิมพ์แล้วน่าสงสัยครับว่าต้องการอะไร ผมข้อตั้งข้อสังเกตดังนี้ครับ
1. ถ้าอาจารย์คู่สัญญาเดิมที่มีวุฒิการศึกษาระดับ โท หรือ เอก และมีผลการทำงานดีน่าจะได้รับคัดเลือกเข้ามาอีกนะครับ
2. ในกรณีของอาจารย์คู่สัญญาที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขนะครับเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ
3. พฤติกรรมของอาจารย์คู่สัญญาหลายท่าน ทำตัวไม่เหมาะสม การพิจารณายกเลิกสัญญาเป็นราย ๆ ไปคงน่าเกลียดครับ ไม่ส่งผลดีแน่ครับ ยกเลิกทั้งหมดเพราะหมดสัญญาที่ทำไว้ (อย่าลืมนะครับว่าเป็นอาจารย์ประจำตามสัญญา)
4. การพูดเข้าข่ายหมิ่นประมาทนะครับที่บอกจะเอาลูกหลานเข้ามาทำงาน ถ้าท่านมีหลักฐานก็ฟ้องศาลปกครองนะครับ
5. ผมไม่อยากให้ท่านที่ผิดหวังจากคุณสมบัติที่เขากำหนดขึ้นใหม่แล้วท่านไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ออกมาโวยวายนะครับ เพราะคุณวุฒิของท่านเองต่างหากที่ไม่เหมาะสม ต้องยกระดับคุณวุฒิของตัวเองครับ


คร้าบ.......... ผมก็มีข้อสงสัยเหมือนกันว่า คุณผ่านมา ต้องการอะไรกันแน่

ข้อ 1. มรึงรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เรียนจบ ป.โท หรือ ป.เอก เค้าจะได้ทำงานต่อ มรึงเป็นคนคัดเลือกเค้าเข้าทำงานเหรอ ถึงได้มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครอยู่ใครไป หรือว่ามรึงรับใต้โต๊ะ...
ข้อ 2. เงื่อนไขในการศึกษาต่อ ป.โท หรือ ป.เอก เค้าใช้เงินส่วนตัวออกกันเองทั้งนั้น ม.ราชภัฏไม่เคยคิดที่จะออกค่าใช้จ่ายให้ซักแดงเดียว แล้วเวลาได้หน้าได้ผลงานมรึงก็รับหน้าคนเดียว แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้มรึงก็อ้างว่าไม่ตรงคุณสมบัติ...
ข้อ 3. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ว่าของมรึง คืออะไร คู่สัญญาเค้าฉลาดเกินมรึงเหรอ หรือว่าเค้าไม่ยอมโง่ให้พวกมรึงปั่นหัว เลยบอกว่าพฤติกรรมไม่เหมะสม ถ้านิสัยไม่ดี มรึงก็น่าจะเอาออกเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เหมาเอาทั้งหมด
ข้อ 4. การพูดเข้าข่ายหมิ่นประมาท กรูว่ามันฟังไม่ขึ้นหว่ะ มันเป็นการแสดงความคิดเห็น หรือว่าตอนนี้มรึงกำลังปกป้องเจ้านายมรึงอยู่กันแน่...

แค่นี้ก็ประชาชนทั่วไปที่เข้ามาอ่านก็พอจะรู้แล้วนะครับ ว่าภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันเน่าเฟ๊ะขนาดไหน ใครที่คิดจะลาออกจากที่ทำงานเพื่อมาสมัครเป็นอาจารย์ที่นี้ ก็ลองหาข้อมูลให้ดีๆ ก่อนแล้วเดี๋ยวจะนั่งร้องไห้ เพราะตกงานทุกปี

:evil: ...... :evil:

คนซวย กับ คนขี้โมโห ครับพี่น้อง


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: พุธ เม.ย. 04, 2007 10:01 pm 
ขี้โมโหแล้วงัยคร้าบ.... หรือที่กรูพูดมันไม่จริง


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: พุธ เม.ย. 04, 2007 10:05 pm 
จบราชภัฏหางานยากมากอะ ไม่อยากเรียนเลย ถ้ามีทางเลือกอื่นให้ไปเรียนที่อื่นดีกว่า อย่าลืมนะว่าประวัติการศึกษาจะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้: ถึงคุณคนตกงาน
โพสต์เมื่อ: พฤหัสฯ. เม.ย. 05, 2007 4:40 pm 
:x ทัศนคติแบบนี้ ถ้าเจ้านายคนไหนรับคนอย่างคุณเข้าทำงานคงเป็นเวรกรรมเขาจริงๆ คนอย่างคุณเรียนที่ไหนก็ตกงานเหมือนเดิมถ้าไม่เปลี่ยนมุมมองใหม่


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้: ลาออก
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ เม.ย. 06, 2007 9:07 pm 
ผมว่าท่าน ทั้งคณะลาออกดีกว่า ก่อนที่เขาจะมาขับไล่ เรื่องเก่าก่อยังไม่จบมีเรื่องใหม่ มาอีกแล้ว
ท่าอธิการพิจารณาตัวเองด้วยครับ อย่าให้นักศึกษาขับไล่เลย น่าอาย ความวัวไม่หายความเข้ามาแซก ลาออก.......ไปเลี้ยงหลาน จะได้สุขสาย


ออกไป.....ออกไป..
รูปภาพ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:

  • Advertisement

Pro Cleaning


ไปที่:  
POWERED_BY
Thai language by phpBBThailand.com