เทียบกระแสบอลลีก ไทย VS เวียดนาม
กระแสฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก หรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า "บอลไทยลีก" ในบ้านเรากำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เดินหน้าปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนามาตรฐานฟุตบอลในเอเชีย ด้วยการให้แต่ละสโมสรในทุกประเทศจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หารายได้ สร้างฐานแฟนบอล เพื่อให้ทีมมีมาตรฐานดีพอจะได้ร่วมศึกเอเอฟซี แชมเOยนส์ลีก หรือฟุตบอลสโมสรถ้วยใหญ่ที่สุดในเอเชียนั่นเอง
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ในขณะที่กระแสไทยพรีเมียร์ลีกกำลังพุ่งแรง แต่ถ้าเทียบกับฟุตบอลลีกของเวียดนาม หรือ "วีลีก" แล้ว ถือว่าความฟีเวอร์ของฟุตบอลลีกในเวียดนามเดินนำหน้าเราไปหลายช่วงตัว เห็นได้จากการดึงตัวนักเตะทีมชาติไทยไปเล่นหลายคน ตั้งแต่ยุคของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ ดุสิต เฉลิมแสน อดีตดาราเอเชีย ที่ไปเล่นให้ฮองอันห์ยาลาย รวมทั้งนักเตะอีกหลายคน แต่ตอนนี้แข้งทีมชาติไทยในวีลีกเหลือเพียง 4 คนเท่านั้น คือ ดัสกร ทองเหลา, นิรจุน์ สุระเสียง, ศักดา เจิมดี สามแข้งไทยที่อยู่กับฮองอันห์ยาลาย ขณะที่ อิศวะ สิงห์ทอง อยู่กับ บินดินห์
ดุสิตที่ผันตัวไปเป็นโค้ชให้ฮองอันห์ยาลายหลังเลิกเล่นกล่าวว่า สาเหตุที่ทีมในวีลีกดึงนักเตะไทยมาเล่นน้อยลงเพราะสโมสรในเวียดนามเริ่มตั้งตัวด้วยตัวเองได้แล้ว ค่าเหนื่อยนักเตะสูงขึ้น การแข่งขันการหาสปอนเซอร์มีมากขึ้น ทำให้การเลือกซื้อนักเตะมาเสริมทีมแต่ละคน ต้องเป็นนักเตะฝีเท้าดีจริงๆ เมื่อก่อนอาจจะเป็นนักเตะไทยที่น่าสนใจ แต่ตอนนี้นักเตะนำเข้าส่วนใหญ่จะมาจากบราซิลหรือทวีปแอฟริกา ค่าตัวในการย้ายทีมก็ประมาณ 300,000 บาทขึ้นไป
"ผมว่าคงไม่ต่างจากไทยลีก ที่ดึงนักเตะแอฟริกากับบราซิลมาเล่นหลายคน ของไทยยังดึงลูกครึ่งหรือฝรั่งจากยุโรปมาเล่นบ้าง แต่ของเวียดนามแทบไม่มีเลย เพราะถ้าฝีเท้าเขาดีจริงก็คงไม่มาเล่นในเวียดนาม"อดีตนักเตะทีมชาติไทยกล่าว
ให้ดุสิตเทียบกระแสของฟุตบอลไทยลีกกับวีลีกในปัจจุบัน ดุสิตตอบว่า ในส่วนฝีเท้า นักเตะในไทยลีกดีกว่าวีลีก แต่ระบบการบริหารสโมสรของวีลีกดีกว่า เพราะแต่ละสโมสรจะมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนงบประมาณประจำปีเป็นตัวเลขแน่นอน ทีมฟุตบอลกระจายไปทุกจังหวัดในทุกภาคของประเทศ ตรงนี้ทำให้แฟนบอลในจังหวัดนั้นๆ รักทีมเพราะเป็นบ้านเกิด ความนิยมในบอลลีกของตัวเองก็เลยมีมาก แต่ในไทยสโมสรฟุตบอลใหญ่ๆ ยังกระจุกอยู่ในกรุงเทพ ในส่วนของลีกดิวิชั่น 2 หรือลีกภูมิภาคก็ยังไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเหมือนที่เวียดนาม
มีสถิติที่น่าสนใจของนักเตะต่างชาติเมื่อเทียบวีลีกกับไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว นักเตะต่างชาติในไทยในเลกแรกของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 มีทั้งสิ้น 44 คน ในจำนวนนั้นมีนักเตะบราซิล 8 ราย และนักเตะไอวอรี โคสต์มีมากที่สุดในไทยลีก รวม 11 คน ขณะที่ในวีลีก มีนักเตะบราซิลลงเล่นให้ 14 สโมสรเกือบๆ 40 คน ยังไม่รวมแข้งชาติอื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่า การไหลเข้าของแข้งบราซิเลียนเริ่มจะคึกคักเพียง 2 ปีเท่านั้น ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนักเตะไทยและแอฟริกันจะเป็นนักเตะนำเข้าหลักๆ นอกจากนั้นนักเตะบราซิลยังผลัดกันครองตำแหน่งดาวซัลโววีลีกมาแล้ว 3 ปีซ้อน
เมอร์โล แกสตัน ศูนย์หน้าจากทีมดานัง ยิงไปแล้ว 13 ประตูจาก 19 นัดที่ลงเล่นในฤดูกาลนี้ เช่นเดียวกับ โจเซ่ เดอ เอมิดิโอ้ อัลเมด้า เพื่อนร่วมทีมของแกสตัน ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโววีลีก 2 ปีซ้อนหลังสุด ด้วยผลงาน 16 และ 23 ประตูตามลำดับ นอกจากนั้นข่าวการดึงตัวเดนิลสัน อดีตนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกชาวบราซิลมาเล่นกับทีม ไห่ฟง ซีเมนต์ ก็เป็นที่จับตามองของแฟนบอลเอเชียและคอบอลทั่วโลก ถึงแม้ว่าเดนิลสันจะลงเล่นให้ทีมในเวียดนามเพียง 45 นาที แล้วก็ขอยกเลิกสัญญาก็ตาม
รัฐบาลเวียดนามให้สัญชาติเวียดนามกับแข้งบราซิลที่ทำผลงานได้ดีหลายคนและถูก เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือของเวียดนามดึงเข้าไปติดทีมชาติแล้วหลายคน เช่น ฟาบิโอ ดอส ซานโตส นายทวารของดอง ตาม หลง อัน และ เคสลี่ อัลเวส ศูนย์หน้าของบิน เยืองก์ แชมป์วีลีกเมื่อปีที่แล้ว มาติดทีมชุดเอเชี่ยนคัพ 2010 รอบคัดเลือกแล้ว
นี่คือข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่าจับตากับความเป็นไปของฟุตบอลอาชีพไทย-เวียดนาม...ในอนาคต
จาก: หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 24 กรกฎาคม 2552
http://www.mtutd.tv/newsdetail.asp?id=539