กระดานข่าวชาวอุบล

ไกด์อุบล : พาเที่ยวเมืองอุบล อย่างคนอุบลเที่ยว
วันเวลาปัจจุบัน เสาร์ เม.ย. 19, 2014 6:49 am

Pen Ta Hug



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ปั้ม NGV ที่อุบล
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 2:06 pm 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่ ไกด์อุบล

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 12:48 pm
โพสต์: 51
ขอสอบถามครับว่า ที่อุบลมีปั้ม NGV หรือยังครับ

(ผมอยู่กรุงเทพ จะขับรถใช้เชื้อเพลิง NGV ไปที่ อุ บ ล ไม่แน่ใจก็ขอข้อมูลกับคน อุบล บ้านเฮา)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 7:55 pm 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่ ไกด์อุบล

ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 09, 2009 10:19 pm
โพสต์: 19
ผมก็อยากทราบอยู่เหมือนกันคับ

ใครพอจะทราบ ช่วยทีครับ

_________________
สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 8:01 pm 
ออฟไลน์
รุ่นใหญ่ไกด์อุบล
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 01, 2005 1:38 pm
โพสต์: 1040
ที่อยู่: เมืองตะวันออกสุดของไทย พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม
มีปั๊ม TPI NGV แถวๆโรงพยาบาลพระศรีครับ

แต่เห็นว่าแรงดัน (มั้ง) ไม่ค่อยแรง เติมตั้งนานกว่าจะเต็ม :wink:

คงเป็นเพราะบ้านเราไม่มีท่อ เวลาขนมาต้องขนถ่ายทางรถยนต์มาจากขอนแก่น

_________________
ผู้เยี่ยมชมทุกท่าน กรุณาสมัครสมาชิก ขอบคุณครับ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 9:38 pm 
อีสานใต้มีปั๊มใหญ่อยู่นางรอง และสุรินทร์มีอยู่แถวบายพาสตัวเมือง ถ้าใช้เส้นทางสาย 24 ต้องเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 25 กิโล ถ้าเติม ngv แถวๆสระบุรี จากนั้นมาเติมอีกทีที่นางรอง แต่จากนางรองจะไม่มีปั๊ม ngv จนมาถึงอุบล ยกเว้นจะเข้าไปเติมอีกทีที่สุรินทร์แต่ต้องวิ่งเส้น 226 ถึงจะวิ่งมาถึงอุบล ถ้าใช้เส้นสาย 24 อาจต้องใช้น้ำมันบ้างช่วงจากนางรองถึงอุบล เพราะจะไม่มีปั๊ม NGV แล้ว มาถึงอุบลใช้เส้นบายพาสไปทางยโสธร อำนาจเจริญ (สี่แยกปั๊มเอสโซ่) พอวิ่งมาถึงสี่แยกแจ้งสนิทซ้ายไปยโสธร ขวาเข้าตัวเมือง ให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 300 เมตรซ้ายมือ ปั๊มจะอยู่ก่อนถึงโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ ปั๊มเป็นของ ปตท แต่ป้ายด้านบนยังเป็นป้ายเดิมของ TPIPL จะอยู่แถวนั้นครับ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 10:30 pm 
ออฟไลน์
แฟนพันธุ์แท้
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 5:07 pm
โพสต์: 2360
ที่อยู่: UBRU.
เส้นบายพาส แถวหาดคูเดื่อ
แถว ธ.กรุงไทย ตลาดบ้านดู่
แถวลายทอง แถววัดแจ้ง
มีปั๊มเติมแก๊ส

_________________
Art of life & Art of love.


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 11:17 pm 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่ ไกด์อุบล

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 12:48 pm
โพสต์: 51
-ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 11:45 pm 
ออฟไลน์
ไกด์อุบล คนกันเอง
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ธ.ค. 01, 2006 1:49 pm
โพสต์: 360
H2O เขียน:
เส้นบายพาส แถวหาดคูเดื่อ
แถว ธ.กรุงไทย ตลาดบ้านดู่
แถวลายทอง แถววัดแจ้ง
มีปั๊มเติมแก๊ส


นั่นมันปั๊ม LPG คร้าบบบบ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 12:02 am 
ออฟไลน์
แฟนพันธุ์แท้
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 5:07 pm
โพสต์: 2360
ที่อยู่: UBRU.
เอ-อุบล เขียน:
H2O เขียน:
เส้นบายพาส แถวหาดคูเดื่อ
แถว ธ.กรุงไทย ตลาดบ้านดู่
แถวลายทอง แถววัดแจ้ง
มีปั๊มเติมแก๊ส


นั่นมันปั๊ม LPG คร้าบบบบ


ขอบคุณค่ะที่บอกประเภท เพราะส่วนมากผ่านๆ ไปเห็นไม่รู้แก๊สอะไร :P

_________________
Art of life & Art of love.


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 8:01 am 
ว้า แย่จัง ทำไมมันไม่ทั่วถึง

ท่านว่า ที่อุบล ควรมีหรือเปล่าละ?


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 11:46 am 
ออฟไลน์
ไกด์อุบล คนกันเอง
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ธ.ค. 01, 2006 1:49 pm
โพสต์: 360
Anonymous เขียน:
ว้า แย่จัง ทำไมมันไม่ทั่วถึง

ท่านว่า ที่อุบล ควรมีหรือเปล่าละ?


ไม่อยากให้มีครับ

เพราะ แก๊ส CNG มีความอันตรายสูง
ถังก็หนักกว่า LPG เยอะ
ถังจุได้น้อย ต้องเติมบ่อยๆ แต่หาที่เติมยาก
ใช้เวลาเติมต่อครั้งนานมาก เพราะ เป็นแก๊สแรงดันสูง
แรงดันสูงมาก พอๆ กะ ระเบิด ถ้ามีการรั่วนิดนึง ตูมทันที โดยที่ยังไม่มีไฟไหม้

ภาพเหล็กฉีกเป็นชิ้นๆ จากการระเบิดของ CNG
http://topicstock.pantip.com/ratchada/t ... 44970.html

และที่สำคัญ มันเป็นการเห็นแก่ตัวของ ปตท. ที่พยายาม จะเอากำไรจาก คนทั้งประเทศ
เอาของไม่มีต้นทุน มายัดเยียดขาย
เพราะผู้ถือหุ้นใน ปตท. เป็นญาติ นักการเมือง


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 12:44 pm 
ออฟไลน์
จอมพลไกด์อุบล
จอมพลไกด์อุบล
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ค. 19, 2008 3:57 pm
โพสต์: 4387
ที่อยู่: วารินชำราบ
ความแตกต่างระหว่าง NGV กับ LPG

1. แหล่งก๊าซ

NGV

เป็นก๊าซที่มาจากอ่าวไทยและนำเข้าจากประเทศพม่า ซึ่งก๊าซที่นำมาจากอ่าวไทย จะผ่านกระบวนการแยกก๊าซที่โรงแยกก๊าซ ซึ่งจะทำการแยกก๊าซที่มีไฮโดรคาร์บอน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปออก จะเหลือเฉพาะก๊าซที่มีคาร์บอน 1 ตัว ซึ่งเรียกว่าก๊าซมีเทน และจะถูกส่งเข้าระบบท่อ เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า รองลงมาจะถูกใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และบางส่วนนำมาใช้ในภาคขนส่ง โดยนำก๊าซธรรมชาติไปอัดใส่ถังด้วยความดันสูง และนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ NGV หรือ CNG

ณ สิ้นปี 2549 ปริมาณก๊าซที่นำขึ้นจากอ่าวไทย มีปริมาณวันละประมาณ 2,225 ล้านลูกบาศก์ฟุต ผ่านขบวนการแยกก๊าซ C2 (อีเทน) C3 (โพรเพน) และ C4 (บิวเทน) ออกประมาณ 512 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือร้อยละ 23 ส่วนที่เหลือ(ซึ่งมีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก) ประมาณ 1,713 ล้านลูกบาศก์ฟุต จะถูกส่งกลับเข้าระบบท่อ

สำหรับก๊าซที่นำเข้าจากพม่า จะถูกนำมาใช้โดยตรง โดยไม่ผ่านโรงแยกก๊าซ โดยมีการนำเข้าทั้งสิ้น 865 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน


LPG

เป็นก๊าซที่มีส่วนผสมระหว่างก๊าซโพรเพน (C3) และก๊าซบิวเทน (C4) ซึ่งจะมาจาก 3 แหล่งหลัก คือ

1. โรงแยกก๊าซ ปตท. ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตที่ 54%
2. โรงกลั่นน้ำมัน มีสัดส่วนการผลิตที่ 40%
3. โรงงานปิโตรเคมี มีสัดส่วนการผลิตที่ 6%

หมายเหตุ การผลิต LPG มีปริมาณ 180.36 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน มาจากโรงแยกก๊าซ 96.66 ล้านกิโลกรัม จากโรงกลั่น 73.44 ล้านกิโลกรัม และจากโรงงานปิโตรเคมี 10.26 ล้านกิโลกรัม (ข้อมูลเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2549)



2. คุณสมบัติ

NGV มีก๊าซมีเทน (C1) เป็นส่วนประกอบหลักซึ่งมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะกระจายตัวขึ้นสู่บรรยากาศโดยรวดเร็ว และจะคงสถานะของก๊าซได้ภายใต้ความดันสูง

สำหรับขีดจำกัดการติดไฟต้องมีปริมาณก๊าซตั้งแต่ 5-15% จึงจะมีโอกาสลุกติดไฟได้เมื่อมีประกายไฟเกิดขึ้น ส่วนอุณหภูมิติดไฟด้วยตัวเองจะสูงถึง 650 องศาเซลเซียส




LPG เป็นก๊าซที่มีส่วนผสมระหว่างก๊าซโพรเพน (C3) และก๊าซบิวเทน (C4) ซึ่งมีคุณสมบัติที่หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะสะสมตามพื้น เมื่อโดนประกายไฟสามารถลุกไหม้ได้

LPG เป็นก๊าซที่สามารถเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวได้ ภายใต้ความดันตั้งแต่ 6-7 บาร์ ส่วนขีดจำกัดการติดไฟจะต่ำกว่า NGV คือประมาณ 2-9.5% โดยปริมาตร ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีปริมาณก๊าซ LPG ตั้งแต่ 2% ขึ้นไป สามารถจะลุกติดไฟได้ ส่วนอุณหภูมิติดไฟจะประมาณ 480 องศาเซลเซียส ซึ่งจะต่ำกว่าก๊าซ NGV



3. ความปลอดภัย

NGV เป็นเชื้อเพลิงที่ปลอดภัยที่สุด เมื่อเทียบกับ LPG น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่เบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดการรั่วไหลจะกระจายตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการสะสมตัวเหมือน LPG รวมถึงขีดจำกัดการติดไฟ และอุณหภูมิติดไฟด้วยตัวเองจะสูงกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น




LPG เป็นก๊าซที่อันตรายกว่าก๊าซ NGV เนื่องจากเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะเกิดการสะสมตัวตามพื้นล่าง และสามารถลุกติดไฟได้ถ้าเกิดประกายไฟ รวมถึงขีดจำกัดการติดไฟและอุณหภูมิติดไฟต่ำกว่าก๊าซ NGV



4. ระบบการจัดจ่าย

ระบบการขนส่ง NGV จะมี 2 รูปแบบ คือ

1) ขนส่งผ่านทางระบบท่อส่งก๊าซ โดยสถานีที่ใช้การขนส่งทางระบบท่อ จะต้องเป็นสถานีที่อยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซ ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดภาระค่าขนส่งลงได้ แต่ต้องมีการลงทุนติดตั้งระบบมิเตอร์เพื่อวัดปริมาณก๊าซ

2) ขนส่งโดยใช้รถบรรทุก ซึ่งสถานีที่ไม่อยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกหัวลาก (Trailer) และรถบรรทุกหกล้อ วิ่งขนส่ง โดยการขนส่งแต่ละเที่ยวของรถหัวลาก จะบรรทุกก๊าซได้ประมาณ 3.5 ตัน ส่วนรถบรรทุกหกล้อจะบรรทุกก๊าซได้ประมาณ 1.5 ตัน ซึ่งการขนส่งนี้รถบรรทุกจะวิ่งเติมก๊าซจากสถานีแม่ และวิ่งไปส่งที่สถานีลูก




LPG จะใช้การขนส่งโดยรถบรรทุกจากคลังก๊าซ แต่ละแห่ง (ปตท. มีคลังก๊าซ LPG 7 คลัง ทั่วประเทศ) ไปยังสถานีเติมก๊าซ LPG ซึ่งการขนส่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้นำรถบรรทุกมาเติมก๊าซ ที่คลังเอง และรถบรรทุกที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาด 8 ตัน



5. การนำมาใช้กับเครื่องยนต์

NGV สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน การใช้ NGV จะแบ่งเป็น 2 ระบบคือ


1) ระบบดูดก๊าซ จะมีการทำงานคล้ายกับระบบคาร์บูเรเตอร์ ของเครื่องยนต์เบนซิน โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 38,000 – 45,000 บาท

2) ระบบฉีดก๊าซ เป็นระบบที่มี ECU ควบคุมการจ่ายก๊าซตามลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 58,000 – 65,000 บาท

ส่วนอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง NGV อยู่ที่ 15.26 กิโลเมตร/กิโลกรัม ซึ่งเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของการวิ่งทดสอบในเมือง, นอกเมือง และบนทางด่วน (โครงการทดสอบรถยนต์ใช้ NGV, LPG และเบนซิน โดยกรมธุรกิจพลังงาน) ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นต่อ 1 กิโลเมตร การใช้ NGV จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 0.59 บาท ทั้งนี้ NGV ประหยัดกว่า LPG ร้อยละ 35 และประหยัดกว่า แก๊สโซฮอล์ ร้อยละ 74




LPG สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซลเช่นเดียวกับ NGV โดยการนำมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน จะมี 2 ระบบเช่นเดียวกับ NGV คือ

1) ระบบดูดก๊าซ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 15,000 – 28,000 บาท

2) ระบบฉีดก๊าซ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 35,000 – 43,000 บาท

ส่วนอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง LPG อยู่ที่ 11.1 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของการวิ่งทดสอบในเมือง, นอกเมือง และบนทางด่วน (โครงการทดสอบรถยนต์ใช้ NGV, LPG และเบนซิน โดยกรมธุรกิจพลังงาน) ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นต่อ 1 กิโลเมตร การใช้ LPG จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 0.92 บาท



6. ราคาขาย

NGV 8.50 บาท/กิโลกรัม




LPG ประมาณ 11.00 บาท/ลิตร






หมายเหตุ ค่าความร้อน NGV 1 กิโลกรัม เท่ากับ 35,947 BTU, ค่าความร้อน LPG 1 ลิตร เท่ากับ 25,380 BTU
เมื่อเปรียบเทียบราคาค่าติดตั้งและราคาขาย จะพบว่าราคาค่าติดตั้งของ NGV จะแพงกว่า LPG แต่เมื่อเทียบราคาค่าเชื้อเพลิง NGV จะถูกกว่า LPG ถึงร้อยละ 33
ในอนาคตรถยนต์ NGV คงจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำลังพัฒนาการผลิตรถยนต์ใช้ NGV จากโรงงานออกสู่ตลาดอยู่หลายราย


หมายเหตุ ที่อุบลฯ ก็มีอยุ่ที่ปั้ม TPI เส้นไปแยกดงอู่ผึ้งครับ
มีน้อยเพราะว่า ลงทุนสูงมากในการสร้างสถานี และผลตอบแทนตอนนี้น้อยมาก
เอาของที่มีอยุ่ใต้ดิน ใต้ทะเล มาขาย จะบอกว่าไม่มีต้นทุน ได้อย่างไร น้ำเปล่า ๆ
ยังลิตรละ 5 -10 แล้ว
ต้นทุน NGV ตอนนี้อยู่กิโลกรัมละประมาณ 14 บาท แต่ขาย 8.50 บาท (ไม่รวมค่าขนส่ง)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 3:47 pm 
ขอบคุณ รีบน อย่างแรง
ให้ความกระจ่างเรื่องก๊าซ หรือ แก๊ส
โดยเฉพาะที่ใช้กับรถยนต์
หลังจากที่ "มืด" มานาน


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้:
โพสต์เมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 4:22 pm 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่ ไกด์อุบล

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 13, 2009 12:48 pm
โพสต์: 51
thank you


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ เม.ย. 22, 2011 9:06 am 
ปั้ม NGV ถนนสาย 24 ห่างจากแยกหัวช้าง อ.ไพรบึง ประมาณ 4 กม.ทางไปกันทรลักษณ์และที่อุบลอยู่เส้นบายพาสแล้วเลี้ยวไปทาง อ.กันทรลักษณ์ ห่างจากบายพาส ประมาณ 2 กม.


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้: Re: ปั้ม NGV ที่อุบล
โพสต์เมื่อ: ศุกร์ เม.ย. 22, 2011 9:30 pm 
หากจะประหยัดพลังงานเกินไป มันก็ไม่สะดวกกับการใช้งาน
เรามาประหยัดความเร็วกันดีกว่านะครับ ขับช้าๆ รู้จักใช้เวลาบนท้องถนนให้สั้นที่สุด
แค่นี้ก็ไม่ต้อง ติด LPG / CNG ก็ได้ครับ


ข้างบน
  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
 หัวข้อกระทู้: Re: ปั้ม NGV ที่อุบล
โพสต์เมื่อ: เสาร์ เม.ย. 23, 2011 7:54 am 
ออฟไลน์
จอมพลไกด์อุบล
จอมพลไกด์อุบล
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 30, 2006 9:47 pm
โพสต์: 18299
หลักการ
ตามที่เราเคยเรียนมา มันมีพลังงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- พลังงานจลน์ ทำให้รถ เคลื่อนที่
- พลังงานศักย์โน้มถ่วง จะพยายาม ทำให้รถหยุดนิ่ง

การทดลอง
เมื่อเรา เร่งเครื่อง รถจะวิ้ง เพิ่มความเร็ว สมมุติ 100Km/ชม. ลองดู รอบความเร็ว สมมุติ 3000รอบต่อนาที
เมื่อเรา เหยียบครัช เครื่องจะหยุดเร่งรถ แต่รถยังวิ้งอยู่ เพราะยังมี พลังงานเฉื่อย
รถจะยังวิ้งไปเรื่อยๆ ความเร็วลดลงทีนะนิด
ถ้า ลงเนิน รถอาจจะวิ้งเร็วขึ้น ถ้าขึ้นเนิน รถจะลดความเร็วลง ไวขึ้น

จังหวะนี้ ลองสังเกตุ รอบเครื่องยนต์ อาจจะอยู่ที่ 700รอบต่อนาที เพราะ ไม่ได้เร่งเครื่อง
แต่รถยังคงวิ้ง ที่ 100Km/ชม. และลดลงเรื่อยๆ 90 - 85 - 80
แล้วก็ เร่งเครื่องใหม่ ให้ความเร็วกลับไปที่ 100Km/ชม. แล้วทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหมาย

ผลการทดลอง
........ประหยัดน้ำมัน......เฉยเลย......ประหยัดมาก ซะด้วย......
ผมยังไม่มีตัวเลข ว่ามากขนาดไหน เอาประมาณการว่า เติมน้ำมัน 100ลิตร
หากใช้วิธีเดิม ขับ 100Km/ชม. ตลอดทาง จะใช้น้ำมัน หมด 100ลิตร
แต่หากใช้วิธีนี้ ขับไปเหยียบครัชไป ความเร็วเฉลี่ย 90Km/ชม. (100Km/ชม.-80Km/ชม.) ตลอดทาง จะใช้น้ำมัน หมด 60-70ลิตร

ข้อดี
- ประหยัดน้ำมัน

ข้อเสีย
- ไม่ทันใจอยากไป ไวกว่านี้
- ครัช พังเร็วขึ้น (แต่นานเหมือนกันนะครับ เป็นปี และค่าซ่อม 3-4พัน วิ้งไม่กี่เที่ยว ก็ประหยัดน้ำมัน ได้ราคานี้แล้ว)

สรุป
มันอาจเป็นวิธีขับรถที่ไม่สะดวกนัก ประหยัดน้ำมันจริง เอาไว้ใช้ในกรณี ฉุกเฉินได้ เช่นน้ำมันใกล้หมด พยุงไปให้ถึงปั้ม
แต่ ถ้ามีรถสักคัน ไม่ว่าจะเติมอะไร แก๊สหรือน้ำมัน แต่ขับด้วยเทคนิคนี้ได้ ช่วงความเร็ว อาจจะอยู่ระหว่าง 100-95km และสามารถ ตัดระบบนี้ กลับไปเร่งอย่างเดิม ในกรณี เร่งแซง และ ระบบจะตัดการทำงานทันที ที่เหยียบเบรค
ค่ายไหน ออกมาให้ใช้ จะรีบไปถอยป้ายแดง......เพราะผม ทดลองขับแบบนี้มาแล้ว....ติดใจ.....ยิ่งในเมือง ยิ่งเห็นผล....
ข้างหน้าไฟแดง ปล่อยรถไหล ประมาณ 3-4ร้อยเมตร ประหยัดน้ำมันไปเท่าไหร่ครับ???
:D :D :D

_________________
รวมผลงาน ตาเอก
http://www.guideubon.com/Ta_Ake.php


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
ตอบกลับพร้อมอ้างอิง  
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:

  • Advertisement

คนอุบลรักกัน


ไปที่:  
POWERED_BY
Thai language by phpBBThailand.com