guideubon

อุบลฯ ผุดโครงการ "โรงพยาบาลสามพี่น้อง" ลงนามใช้ทรัพยากรร่วมกัน

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-01.jpg

วันที่ 28 ธันวาคม 2560 นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเรื่อง การใช้ทรัพยากรร่วมกัน ( Resource Sharing ) ตามโครงการ "โรงพยาบาล 3 พี่น้อง" โดยมี นายแพทย์ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ นายแพทย์เจริญ เสรีรัตนาคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวารินชำราบ และนายแพทย์เศวต ศรีศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ร่วมลงนาม และมีนายแพทย์จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

นายแพทย์ประพนธ์-ตั้งศรีเกียรติกุล-01.jpg

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล กล่าวว่า จากนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ให้พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐาน ตามกำหนดตามขีดความสามารถในแต่ละระดับของโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างครอบคลุม ใกล้บ้าน ลดแออัด ลดรอคอย เข้าถึงบริการโดยเท่าเทียมกัน ตามหลักแนวคิดการคำนึงถึงประชาชนผู้มารับบริการ เป็นศูนย์กลาง (Citizen Centric) และพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการให้บริการและการควบคุมที่ดี

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-02.jpg

จากข้อมูลในปัจจุบัน พบว่า โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของเขตสุขภาพที่ 10 ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร มีผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความแออัด เกิดผลกระทบทั้งในการให้บริการผู้ป่วยที่มารับบริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่การให้บริการรักษาพยาบาลที่มีจำกัด แต่ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาล 50 พรรษา วชิราลงกรณ และโรงพยาบาลวารินชำราบ (ซึ่งตั้งอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์) ยังคงมีพื้นที่การให้บริการ และมีความพร้อมที่สามารถรองรับการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-03.jpg

เพื่อลดปัญหาและผลกระทบดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดยเขตสุขภาพที่ 10 จึงได้มีการนำปัญหาและข้อเสนอถึงผลกระทบดังกล่าวมาวิเคราะห์จัดทำเป็นแผนงานในการแก้ไข ภายใต้แนวคิดการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางที่มีการบริหาร การบริการและการควบคุมคุณภาพการดำเนินงานที่ดี ได้มาตรฐาน โดยการกระจายทรัพยากรที่มีอยู่ มาสร้างงานให้เกิดประสิทธิผล สามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาล  ในการดูแลสุขภาพและให้บริการแก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง ลดความแออัด ลดเวลาการรอคอยของผู้มารับบริการในโรงพยาบาล อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-04.jpg

จึงได้จัดทำโครงการ “การใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource Sharing) ของโรงพยาบาลสามพี่น้อง” ภายใต้การบริการจัดการระหว่าง โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ และโรงพยาบาลวารินชำราบ ใช้หลักการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างงานให้เกิดประสิทธิผลเพิ่มขึ้น ทั้งคน เงิน สิ่งของ และการจัดการความรู้ ด้วยการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล50พรรษาฯ และโรงพยาบาลวารินชำราบ ให้สามารถรักษาโรคที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-05.jpg

สำหรับรูปแบบความร่วมมือของโรงการ โรงพยาบาลสามพี่น้อง อาทิ การผ่าตัดไส้ติ่ง การผ่าตัดต้อกระจก การผ่าตัดกระดูกหักอย่างง่าย การผ่าตัดทั่วไป เป็นต้น โดยมีโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์เป็นพี่เลี้ยง ในการเพิ่มศักยภาพของเครือข่ายทั้งสองโรงพยาบาล ทั้งในด้านการรักษาและการบริหารจัดการ มีการหมุนเวียนแพทย์เฉพาะทาง จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ออกให้บริการ การใช้ยามาตรฐานเดียวกัน ทั้งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ และโรงพยาบาลวารินชำราบ, เพิ่มศักยภาพความเชี่ยวชาญของบุคลากร (ทั้งฝ่ายบริการและฝ่ายสนับสนุน), การประชาสัมพันธ์ไปยังผู้รับบริการและหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง, การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย, การสร้างระบบ Fast Channel ในการรักษาพยาบาล ระบบเวชภัณฑ์ยาและมิใช่ยา (การจัดซื้อวัสดุร่วมกันทั้งจังหวัด, ระบบการยืมยา ) การสนับสนุนเครื่องมือผ่าตัด/ครุภัณฑ์ การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด

โรงพยาบาล3พี่น้อง-อุบล-06.jpg

ทั้งนี้ เขตสุขภาพที่ 10 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ “การใช้ทรัพยากรร่วมกัน( Resource Sharing ) ของโรงพยาบาลสามพี่น้อง” ภายใต้การบริการจัดการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณและโรงพยาบาลวารินชำราบ จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้มารับบริการ ให้ได้รับการรักษาพยาบาลในสถานบริการใกล้บ้าน และเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม ผู้ป่วยมีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ รวมทั้งเป็นการสนองนโยบายของกระทรวง ที่ต้องการให้เกิดมาตรฐานการรักษาเดียวกันทั่วประเทศ และหลังจากนี้จะได้ขยายความร่วมมือไปยัง โรงพยาบาลเครือข่ายในลักษณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการดำเนินการต่อไป