guideubon

 

ม.อุบลฯ มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ นางอังคณา นีละไพจิตร

อังคณา-นีละไพจิตร-01.jpg

สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปกครอง ประจำปีการศึกษา 2562 แด่ นางอังคณา นีละไพจิตร โดยจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 นี้

นางอังคณา นีละไพจิตร ปัจจุบันอายุ 64 ปี  สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2523 และได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข จากสถาบันพระปกเกล้า เมื่อ พ.ศ.2552

เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2524 โดยรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลศิริราช ต่อมา พ.ศ.2549 เปลี่ยนมาเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน หลังจากสามีถูกลักพาตัวและถูกบังคับสูญหายเมื่อ พ.ศ.2549 ต่อมาจึงได้ร่วมกับครอบครัวก่อตั้งมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ (The Justice for Peace Foundation (JPF) เพื่อติดตามการทำงานในกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมทั้งมีการจัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนและกระบวนการสันติภาพแก่สิทธิสตรี

อังคณา-นีละไพจิตร-02.jpg

นางอังคณา นีละไพจิตร เคยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและร่วมเขียนรายงานประเทศไทยตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550
- เป็นกรรมาธิการการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๘
- และ พ.ศ.2558 ได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกด้วย

นางอังคณา นีละไพจิตร เป็นวิทยากรด้านสิทธิมนุษยชน ให้กับหลายหน่วยงาน อาทิ หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปสม.) สถาบันพระปกเกล้า และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

มีผลงานเขียนหรืองานวิจัย ดังเช่น “ผู้หญิง ความยุติธรรม และความทรงจำบาดแผล” อังคณา นีละไพจิตร, ปาฐกถา ๑๐๕ ปี ชาตกาลท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์, และ “บันทึกนอกบรรทัด: 4 ปีที่หายไป”,

อังคณา-นีละไพจิตร-03.jpg

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมเขียนรายงานประเทศตามอนุสัญญาการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (CERD) เสนอต่อคณะกรรมการการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ แห่งสหประชาชาติ อีกทั้งได้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิงมลายูมุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนจัดทำ สารคดีนำเสนอความรุนแรงที่ผู้หญิงมุสลิมในภาคใต้เผชิญกับปัญหาความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ และการจัดทำแนวปฏิบัติในการคุ้มครองและส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้

นอกจากนี้ ในฐานะผู้ส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษชน ยังได้รับการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป และสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย อีกด้วย

นางอังคณา นีละไพจิตร ได้รับเกียรติยศและรางวัลจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น  
- รางวัล “ผู้หญิงอิสระ” จากพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ พ.ศ.2551 
- รางวัล “ผู้หญิงที่มีบทบาทปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย” จากคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เมื่อ พ.ศ.2557
- “ผู้นำของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ของประเทศไทย” จากองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International)
- “นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง” (Women Human Rights Defender) จากสภาสหภาพยุโรป
- รับรางวัล “รางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน” (Gwangju Prize for Human Rights) จากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อ พ.ศ. 2549
- ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “De Chevalier De I’Ordre de la Le’gion d’Honneur” จากประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศส พ.ศ.2553
- “สตรีผู้ประสบความสำเร็จของโลก” (Women of Achievement)องค์การเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศและเสริมพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN)
- ผู้ส่งเสริมและริเริ่มในการสร้างความเสมอภาคในสังคม (The Hän Honour) จากรัฐบาลสาธารณรัฐฟินแลนด์
- รางวัลแมกไซไซ จากมูลนิธิรามอน แมกไซไซ พ.ศ.2560

อังคณา-นีละไพจิตร-04.jpg

จากผลงานอันโดดเด่นและการอุทิศตนเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษชน จนเป็นที่ประจักษ์ว่า นางอังคณา นีละไพจิตร เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในทางวิชาการ และการนำหลักการไปปฏิบัติ อันเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งในการเรียนการสอนวิชารัฐศาสตร์

อังคณา-นีละไพจิตร-05.jpg

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงขอเสนอปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปกครอง แด่ นางอังคณา นีละไพจิตร โดยสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการประชุมครั้งที่ 10/2562 (ลับ) เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2563 อนุมัติปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปกครอง แด่ นางอังคณา นีละไพจิตร เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ปรากฏและเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นเจริญรอยตามสืบไป