guideubon

อุบลฯ สานความร่วมมือ จำปาสัก ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวชายแดน

อุบล-ไทย-จำปาสัก-ลาว-01.jpg

วันที่ 16 มีนาคม 2561 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบหมายให้นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด(1) เป็นประธานคณะฝ่ายไทยให้การต้อนรับคณะผู้แทนด้านการท่องเที่ยวจากแขวงจำปาสัก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในการประชุมแบบทวิภาคีและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ต จ.อุบลราชธานี

อุบล-ไทย-จำปาสัก-ลาว-02.jpg

นายเฉลิมพล ได้กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว มีมาอย่างยาวนานและแน่นแฟ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิตรภาพที่หยั่งลึกระหว่างประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีกับแขวงจำปาสัก ทำให้ความผูกพันระหว่างกันในหลายมิติมีพัฒนาการในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นมาโดยตลอด เชื่อมโยงทั่วทั้งเขตภูมิภาคลาวใต้ กล่าวคือ แขวงสาละวัน, แขวงอัตตะปือ, และแขวงเซกอง ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศราชอาณาจักรกัมพูชาและสาธาณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

อุบล-ไทย-จำปาสัก-ลาว-03.jpg

นายสรศาสตร์ ครองยุทธ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ผู้นำการสัมมนากล่าวว่าการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ก็เพื่อที่จะเร่งส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในภูมิภาคและเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนติดต่อกับประเทศไทย โดยมีนายธงชัย แสนทวีสุข รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศสำนักงานอุบลราชธานี (ภาระกิจดูแลครอบคลุมจังหวัดศรีสะเกษ, ยโสธรและอำนาจเจริญ), นายทรงศักดิ์ จิระสุข นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอุบลราชธานี, ตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชนและภาครัฐ ในท้องถิ่นจากทั้งสองประเทศ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมการประชุมสัมมนาฯ จำนวนกว่า 100 คน

อุบล-ไทย-จำปาสัก-ลาว-04.jpg

ทางด้านท่านนางมาลา จันทะลาน รองหัวหน้าแผนกแถลงข่าว, วัฒนธรรมและท่องเที่ยวแขวงจำปาสัก ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่าย สปป.ลาว กล่าวว่าทางแขวงจำปาสัก มีความพร้อมที่จะผนวกเพิ่มศักยภาพด้านฐานทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อเสริมพลังในภาคการท่องเที่ยวชายแดนร่วมกันกับทางจังหวัดอุบลราชธานี โดยแขวงจำปาสัก ประกอบด้วย 10 เมืองหลักและแบ่งเป็น 4 กลุ่มส่งเสริม อันได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม

ท่านนางมาลา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าแขวงจำปาสัก กำลังพัฒนาสาธารณูปโภคทุกด้าน ขยายผิวการจราจรปรับปรุงถนนหนทางเพื่อเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว มีความคืบหน้าในแผนการจัดการสถานที่ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องชัดเจน เน้นความสำคัญด้านความสะดวกสบาย สะอาด และความปลอดภัย นับแต่แม่น้ำลำธาร เกาะแก่งในมหานทีสี่พันดอน, น้ำตกตาดต่างๆ , สะพานข้ามแม่น้ำเซโดน แบบมาตรฐานด้วยถนน 4 เลน, เขตมรดกโลกวัดพู, แหล่งกสิกรรมแถบที่ราบสูงโบโลเวน ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ถิ่นปลูกพืชไร่และกาแฟชั้นเยี่ยมของโลก มีการส่งเสริมการปลูกผักผลไม้สะอาดปลอดภัยเพื่อก้าวสู่เกษตรอินทรีย์โดยมีผู้รับซื้อรายใหญ่คือประเทศไทย ทั้งยังได้เร่งยกระดับมาตรฐานด้านพาหนะท้องถิ่น โรงแรม เรือนพัก ร้านอาหาร ห้องสุขาในจุดพักระหว่างเส้นทางสำคัญ (Road Safety) มีการส่งเสริมการท่องโดยชุมชน (CBT) จัดให้มีโฮมสเตย์มาตรฐานอาเซียน ทั้งในเมืองหลักอย่างปากเซ ปากซอง จนถึงเมืองรองในทุกระดับ

นายศักดา พิริยะกิจไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะผู้นำภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ กล่าวเพิ่มเติมว่าจังหวัดอุบลราชธานีและแขวงจำปาสัก มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน ทำให้การพบกันทุกครั้งย่อมรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์ดุจญาติสนิทที่รักและนับถือกันมานาน จึงมั่นใจว่าความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ชายแดน จะเกิดผลสัมฤทธิ์ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีความสุข เพิ่มรายได้แก่ประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ สำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและประชาชนทุกคนต้องร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ด้วยสำนึกรักบ้านเกิด ให้เกิดความพร้อมที่จะต้อนรับผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว รวมถึงการนำเสนอของดีในชุมชน วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะการท่องเที่ยวมิได้มีแต่เพียงความสวยงามของสถานที่เท่านั้น แต่ความงดงามจากภายในจิตใจ รอยยิ้ม ความเอื้อเฟื้อ การดูแลเอาใจใส่ฯ จะเป็นความงดงามที่จะสร้างความประทับใจมิรู้ลืม มาเที่ยวแล้วก็อยากกลับมาอีกไม่รู้เบื่อและทำให้เกิดความยั่งยืน

ขณะที่ท่านคำหมั้น พันทะลา รองหัวหน้าแผนกอุตสาหกรรม-การค้า แขวงจำปาสัก, นางนภานรี โตแสง รองประธานหอการค้า อุบลราชธานี, และท่านนางสำเล็ด โพสาลาด ประธานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแขวงจำปาสัก ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลทางด้านการค้าชายแดนและบูรณาการความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว CLMV โดยจังหวัดอุบลราชธานี มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปี 2568 โดยที่ประชุมสัมมนาได้เปิดโอกาสให้ร่วมเสนอแนวทางและข้อหารืออย่างกว้างขวางในหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อสรุปในครั้งนี้ไปบูรณาการตามอำนาจหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนของประชาชนทั้งสองประเทศเป็นสำคัญ

@Cr: เชษฐา ไชยสัตย์
กรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา
จังหวัดอุบลราชธานี