guideubon

ศาลปกครองอุบลฯ เพิกถอนข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ปี 2559 ของ อบจ.อุบลฯ

ศาลปกครอง-อุบล-อบจ-01.jpg

วันนี้ (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐) ศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ๓๓๐/๒๕๕๘ หมายเลขแดงที่ ๖๘๐/๒๕๖๐ ระหว่างนายประสิทธิ์  อาศัยบุญ ที่ ๑ กับพวกรวม ๑๒ คน ผู้ฟ้องคดี สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกกฎโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองอุบลราชธานีเห็นว่า คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณา ๒ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองคน เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่  เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองคน ในฐานะสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นราษฎรในจังหวัดอุบลราชธานี ย่อมเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหาย โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่มีสิทธิฟ้องคดี เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเพิกถอนข้อบัญญัติที่พิพาท ซึ่งมีสถานะเป็นกฎนั้นได้ และต้องฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี) ในฐานะผู้ลงนามประกาศใช้บังคับกฎดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ประเด็นที่สอง ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจะต้องถูกเพิกถอนหรือไม่ โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนว่า ข้อบัญญัติที่พิพาทตราขึ้นโดยชอบด้วยขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

เห็นว่า เมื่อพิจารณาระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๔๕ ประกอบกับข้อ ๔๙ แล้ว การที่ระเบียบดังกล่าว ได้กำหนดระยะเวลาในการเสนอคำแปรญัตติที่กำหนดไว้ ไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่สภาท้องถิ่นมีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติงบประมาณนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกสภาท้องถิ่น มีระยะเวลาเพียงพอที่จะศึกษาร่างข้อบัญญัติงบประมาณที่สภาท้องถิ่นมีมติรับหลักการโดยละเอียด และหากเห็นว่า ควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติงบประมาณดังกล่าว ก็อาจเสนอคำแปรญัตติข้อบัญญัติงบประมาณต่อคณะกรรมการแปรญัตติได้ ระยะเวลาในการเสนอคำแปรญัตติตามที่ระเบียบดังกล่าวกำหนดไว้ จึงถือเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และละเอียดรอบคอบ อันจะเป็นการนำมาซึ่งผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหมายถึงการอำนวยประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

เมื่อระยะเวลาในการเสนอคำแปรญัตติถือเป็นสาระสำคัญ การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจึงต้องกำหนดไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงตามข้อ ๔๓ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี) ได้มีมติกำหนดระยะเวลาเสนอคำแปรญัตติตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๙.๑๐ นาฬิกา ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๒๐.๑๐ นาฬิกา ซึ่งรวมได้ยี่สิบห้าชั่วโมงก็ตาม แต่เมื่อสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงประชุมในระเบียบวาระอื่นๆ จนเลิกประชุมในเวลา ๒๑.๒๕ นาฬิกาของวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ จึงถือว่าระยะเวลาที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี หรือผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี อาจเสนอคำแปรญัตติได้ต้องเริ่มนับตั้งแต่เวลา ๒๑.๒๕ นาฬิกาของวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้กำหนดระยะเวลาเสนอคำแปรญัตติไว้ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๒๐.๑๐ นาฬิกา จึงเป็นการกำหนดระยะเวลาเสนอคำแปรญัตติน้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง กรณีจึงเป็นการกำหนดระยะเวลาเสนอคำแปรญัตติที่ไม่เป็นไปตามข้อ ๔๓ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้

ดังนั้น จึงไม่อาจถือได้ว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี สมัยสามัญ สมัยที่ ๒ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ในส่วนของการกำหนดระยะเวลาเสนอคำแปรญัตติเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อมติดังกล่าวเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีผลให้กระบวนการตราข้อบัญญัติงบประมาณภายหลังจากนั้น ทั้งการประชุมของคณะกรรมการแปรญัตติร่างข้อบัญญัติเพื่อพิจารณาคำแปรญัตติในวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ และการลงมติ ในวาระที่สองขั้นแปรญัตติ รวมทั้งมติในวาระที่สามขั้นเห็นชอบให้ตราเป็นข้อบัญญัติงบประมาณของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี สมัยสามัญ สมัยที่สอง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในเวลาต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ (ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี) เห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณดังกล่าว หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ลงนามในข้อบัญญัติงบประมาณนั้น และได้ออกประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง ประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ ที่เป็นผลตามมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเช่นกัน

พิพากษาให้เพิกถอนข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ประกาศใช้ข้อบัญญัติดังกล่าว แต่ทั้งนี้ คำบังคับของศาลไม่กระทบถึงกิจการหรือโครงการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

 

สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี
๒๗  กรกฎาคม  ๒๕๖๐