guideubon

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษากลับ โครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะ ทม.เดชอุดม

ศาลปกครองสูงสุด-เทศบาลเมืองเดชอุดม-01.jpg

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ศาลปกครองอุบลราชธานีได้อ่านคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อส.65/2559 ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่าง นายใส คำมณีย์ ที่ 1 กับพวกรวม 55 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ เทศบาลเมืองเดชอุดม (ผู้ถูกฟ้องคดี)

โดยคดีนี้ สืบเนื่องมาจากผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบห้า ซึ่งเป็นราษฎร หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 11 หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 15 ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ได้ฟ้องคดีผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองอุบลราชธานี เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส.3/2554 ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองเดชอุดม ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 14 ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้แหล่งชุมชน พื้นที่ ทางการเกษตร และแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ การจัดทำโครงการดังกล่าวยังดำเนินการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในเรื่องการมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็น การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองสิทธิชุมชน รวมทั้งยังขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้วย อีกทั้ง สภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง ได้มีมติไปแล้วว่าไม่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินโครงการในบริเวณดังกล่าว

ซึ่งศาลปกครองอุบลราชธานีพิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดทำโครงการดังกล่าวได้จัดทำนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดี จึงต้องดำเนินการมาตรา 57 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 คือ (1) กิจการนั้นจำเป็นต้องทำและเกี่ยวเนื่อง กับกิจการที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่อยู่ภายในเขตของผู้ถูกฟ้องคดี (2) ได้รับความยินยอมจากสภา ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และ (3) ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เมื่อโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีความจำเป็นที่ต้องจัดทำ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี สภาของผู้ถูกฟ้องคดีมีมติเห็นชอบให้ผู้ถูกฟ้องคดี จัดทำโครงการดังกล่าวนอกเขตพื้นที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง มีมติยินยอมให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำโครงการดังกล่าวในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลกลางได้เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2549 และผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำโครงการดังกล่าวนอกเขตพื้นที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2549 แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีจึงสามารถที่จะจัดทำโครงการดังกล่าวในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลกลางได้ แม้ต่อมาสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลางจะมีมติเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2551 ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลางได้มีมติให้ยกเลิกเพิกถอนมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2549 และแจ้งมติดังกล่าวให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบ มติดังกล่าวจึงมิได้มีผลเป็นการยกเลิกมติเดิมและห้ามผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการตามโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ในการจัดทำโครงการดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีไม่จำต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพราะโครงการดังกล่าว ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ก่อนการดำเนินการโครงการดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนถูกต้อง ด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 แล้ว ส่วนการใช้ดุลพินิจในการจัดทำโครงการดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีนั้น ศาลเห็นว่า เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วเช่นกัน จึงพิพากษายกฟ้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ส.2/2555

ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบห้า ได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองอุบลราชธานี ต่อศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อพื้นที่ทิ้งขยะเดิมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ตั้งอยู่ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม ไม่เพียงพอ สภาของผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีมติให้ผู้ถูกฟ้องคดีทำกิจกรรมนอกเขตและจัดซื้อ ที่ดินเพิ่มเพื่อก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ขอความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง ซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง มีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2549 เห็นชอบให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะได้ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลกลางได้มีหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2549 แจ้งมติดังกล่าวให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบ และผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำโครงการดังกล่าวนอกเขตพื้นที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2549 แล้ว กรณีจึงต้องถือว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้ปฏิบัติตามมาตรา 57 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ถูกต้องแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ซื้อที่ดินแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเตรียมการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะ ซึ่งต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนเริ่มดำเนินการ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดี ได้ดำเนินการหลายครั้ง พบว่า ที่ประชุมมีมติทั้งให้ความเห็นชอบ และไม่เห็นชอบ จนภายหลังวันที่ 5 กันยายน 2551 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง มีมติไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงกำจัดขยะของผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกลางได้แจ้งมติดังกล่าวให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ฉะนั้น เมื่อการให้ความเห็นชอบและการอนุญาตให้ก่อสร้างโรงกำจัดขยะ กับการอนุญาตให้จัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างมีความแตกต่างกัน ดังนั้น แม้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง จะมีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2549 เห็นชอบให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมนอกเขตได้ แต่มิได้ทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีสามารถดำเนินการก่อสร้างระบบกำจัดขยะได้ทันที ผู้ถูกฟ้องคดียังต้องได้รับความเห็นชอบในขั้นตอนก่อสร้างระบบกำจัดขยะ ต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลางด้วย เมื่อผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง ให้ทำโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยดังกล่าว จึงขัดต่อมาตรา 57 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 การที่ศาลปกครองอุบลราชธานีพิพากษายกฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย

จึงพิพากษากลับเป็น ห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีนำขยะเข้าไปกำจัดในพื้นที่ หมู่ที่ 14 ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ในโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองเดชอุดม เฉพาะในส่วนที่ไม่ได้รับอนุมัติจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี
10 กุมภาพันธ์ 2560