guideubon

พบตระกูลดังเมืองอุบลฯ รุกครอบครองที่ดินสาธารณะกว่า 1,400 ไร่

บุ่งสระพัง-01.JPEG

ตามที่ชาวบ้านในตำบลกุดลาด ร้องเรียนต่อ คสช.ว่า มีการออกโฉนดโดยไม่ชอบ เพราะรุกล้ำที่ดินสาธารณะติดแม่น้ำมูล เดิมชาวบ้านเคยใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่อดีต และเมื่อกลุ่มนายทุนเข้ายึดครองได้ปลูกต้นยูคาลิปตัส และทำแนวรั้วกั้นห้ามชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 1,400 ไร่

วันที่ 8 กันยายน 2557 นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าฯ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.อ.ไชยอนันต์ คำชุ่ม รอง ผบ.มทบ.22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ และคณะทำงานชุดขับเคลื่อนการแก้ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะบุ่งสระพัง ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี ลงพื้นที่สอบสวนกรณีดังกล่าว

บุ่งสระพัง-02.JPEG

จากการตรวจสอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบล พบว่า มีชื่อ นายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี และเป็นน้องชายนายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ได้ซื้อพื้นที่ลักษณะจับจองมาจากชาวบ้านเมื่อปี 2533 จำนวน 150 ไร่

ต่อมา ปี 2534 ได้ออกเอกสารเป็น น.ส.3 จำนวน 150 ไร่ตามเดิม แต่ในความเป็นจริงมีการครอบครองที่ดินครอบคลุมพื้นที่สาธารณะทั้งหมดกว่า 1,400 ไร่ กระทั่งถึงปี 2548 มีโครงการจัดสรรที่ดินทำกินตามอัตภาพ กลุ่มนายทุนที่เป็นเครือญาติของนายประสาน จึงยื่นเรื่องให้รังวัดที่ดินทั้งหมด ซอยย่อยแบ่งออกเป็น 46 แปลง เพื่อไม่ให้ผู้ครอบครองแต่ละคนมีที่ดินเกินรายละ 50 ไร่ ตามเงื่อนไขของโครงการ

หลังการประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนการได้มาของที่ดิน ได้เรียกพยานมาให้ปากคำกว่า 30 ปาก ซึ่งให้การระบุว่า เดิมเป็นที่ดินน้ำท่วมถึง ต่อมา เมื่อกลุ่มนายทุนเข้าครอบครองมีการถมหนองน้ำ ถมดินให้สูงขึ้น หลังมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ และสร้างถนนตัดผ่ากลางที่ดินเมื่อปี 2539

บุ่งสระพัง-03.JPEG

“การเวนคืนดังกล่าวทำให้กลุ่มทุนได้รับเงินค่าเวนคืนที่ดินเมื่อปี 2539 เป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และนำที่ดินบางแปลงเข้าจำนองต่อสถานบันการเงินในวงเงินกว่า 12 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นยูคาลิปตัส คิดเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท”

และได้ขอออกเป็นโฉนดเมื่อปี 2551 ข้อสังเกตของที่ดินทั้งหมดคือ แม้จะมีชื่อผู้ครอบครองหลายคน แต่ล้วนเป็นเครือญาติของนายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์ และที่ดินบางแปลงก็ยังเป็นที่ดินตาบอดไม่มีทางเข้าทางออก จึงเป็นข้อพิรุธสงสัยว่าแท้จริงแล้ว ที่ดินทั้งหมดเป็นของคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอให้ ปปง.เข้ามาตรวจสอบ และตามยึดเอาเงินที่กลุ่มนายทุนได้รับประโยชน์ไปคืนกลับมาให้แก่ทางราชการ ด้วย

ขณะที่ นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่ประชุมและดูหลักฐานเชื่อว่าที่ดินทั้งหมดเป็นที่สาธารณะซึ่งได้มาโดยมิชอบ คณะทำงานจะเสนอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 46 แปลง ต่อกรมที่ดิน และแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองทางแพ่ง และทางอาญา

สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง หากยังรับราชการจะถูกตั้งกรรมสอบสวนทางวินัย หรือถ้าเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ต้องถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานร่วมกันกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ พร้อมเสนอให้ใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินปี 2542 เข้ามายึดทรัพย์สินผู้ทำผิดด้วย

ขอบคุณข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์