guideubon

จัดธุดงค์พระธรรมทูต เริ่มที่ จ.อุบลฯ บ้านเกิดพระมหาผ่อง สังฆราชลาว

มหาผ่อง สะมาเลิก ลาว 01.jpg

ประมาณเดือนพฤษภาคม 2559 นี้ ไกด์อุบลทราบข่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานีจะมีงานบุญใหญ่อีกครั้ง เป็นการ จัดธุดงค์พระธรรมทูตในประเทศสุวรรณภูมิ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเส้นทางลุ่มน้ำโขง โดยเริ่มจาก บ้านเกิดพระมหาผ่อง ซึ่งอยู่ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

วันที่ 20 มกราคม 2559 สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดพิธีทำบุญอัฐิพระมหาผ่อง สะมาเลิก พระสังฆราชลาว รูปที่ 4 พร้อมประชุมร่วมกับตัวแทนพระธรรมทูต เพื่อเตรียมการจัดธุดงค์พระธรรมทูตในประเทศสุวรรณภูมิ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเส้นทางลุ่มน้ำโขง เริ่มจาก บ้านเกิดพระมหาผ่อง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มเดือนพฤษภาคม 2559 นี้

มหาผ่อง-สะมาเลิก-สังฆราชลาว-01.jpg

อริยสงฆ์เมืองอุบล ดร.มหาผ่อง สะมาเลิก พระสังฆราช สปป.ลาว

พระมหาผ่อง สะมาเลิก อริยสงฆ์ 2 แผ่นดิน หรือ 2 ฝั่งโขง เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2459 ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ประเทศไทย ได้บรรพชาและอุสมบทที่วัดโพธิ์ศรี อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2479 และได้เข้ามาอยู่วัดชนะสงคราม บางลำพู โดยญาติพี่น้องได้สำทับว่า หากไม่ได้เป็นมหาเปรียญ อย่าได้กลับ จ.อุบลราชธานี ท่านจึงทุ่มเทเรียนปริยัติธรรมที่วัดชนะสงครามอย่างเต็มที่ จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค เข้ารับพระราชทานพัดเปรียญจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ใน พ.ศ. 2489

จากนั้น ได้ทำหน้าที่สอนพระปริยัติธรรมที่วัดชนะสงครามอีก 6 ปี รวมเวลาที่เป็นนักเรียนและครูที่วัดชนะสงคราม 16 ปี หลังจากนั้นได้เข้าร่วมขบวนปลดปล่อยประเทศลาวอย่างเต็มตัว และอยู่ฝั่ง สปป.ลาวนับแต่ พ.ศ.2495 เป็นต้นมา จนกระทั่ง พ.ศ.2498 จึงได้รับอาราธนาให้ไปสอนหนังสือที่วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์ พ.ศ.2500 จึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองโพนทอง ครั้น พ.ศ.2515 จึงได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะแขวงจำปาศักดิ์

ต่อมาในปี พ.ศ.2519 ท่านได้รับนิมนต์ให้ไปดำรงตำแหน่ง รองประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว ประจำ ณ วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์ ณ ที่แห่งนั้น ท่านได้สร้างผลงานโดดเด่นขึ้นมาในโลกพระพุทธศาสนา คือการประสานงานรอมชอมพระสงฆ์ 2 นิกาย อันได้แก่ มหานิกายและธรรมยุติกนิกาย ซึ่งแตกแยกมานาน ให้สมานฉันท์ ยินยอมพร้อมใจกันรวมนิกายเข้าเป็นหนึ่งเดียว รวบทั้งยุบเลิกสมณศักดิ์และตำแหน่งทั้งปวง พระสงฆ์ลาวทั้งสองนิกายต่างพร้อมใจกันทำสังฆสามัคคีอุโบสถ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก (ตรงกับวันอาทิตย์ ที่ 1 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2523) ว่า ณ บัดนี้ ไม่มีนิกายสงฆ์ในลาวอีกต่อไปแล้ว มีแต่พระสงฆ์ลาวเท่านั้น

พ.ศ.2553 ญาท่านพระมหาวิจิตร วีรญาโณ (สิงหะราช) ประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว รูปที่ 3 ได้ถึงแก่มรณภาพลง ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร (สะมาเลิก) จึงได้รับการยกย่องขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ ลาว เป็นรูปที่ 4 ซึ่งตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชของไทย