guideubon

เชิญร่วมงาน วันรำลึกแห่งความดี ชาวอุบลราชธานี ประจำปี 2558

วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-06.jpg

ทุกวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี จัดงาน วันรำลึกแห่งความดีชาวอุบลราชธานี ขึ้น สำหรับปี พ.ศ.2558 นี้ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2558 ณ บริเวณอนุสาวรีย์แห่งความดี ทุ่งศรีเมือง ไกด์อุบลขอเชิญชวนชาวอุบลฯ ร่วมกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 

เวลา 16.00-17.00 น. การประกวดนิทรรศการ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558

เวลา 16.00-17.00 น. การเสวนาเรื่อง "อุบลราชธานีกับสงครามโลก ครั้งที่ 2" โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

เวลา 18.00-18.30 น. การแสดงดนตรี และการแสดงโดยลูกหลานเมืองอุบลราชธานี

เวลา 18.30-20.00 น. การแสดง แสง-สี-เสียง "อนุสาวรีย์แห่งความดี" ประวัติศาสตร์

วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-01.jpg

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558

เวลา 08.00 น. วงดุริยางค์จาก ร.ร.เบ็ญจะมะมหาราช นำขบวนแถว นศ.วิชาทหาร และขบวนธง 7 ชาติ จากบริเวณศาลากลางหลังเก่า เคลื่อนขบวนมายังอนุสาวรีย์แห่งความดี ทุ่งศรีเมือง

เวลา 08.30 น. การบรรเลงเพลง โดยวงออเคสตร้า จาก ม.ราชภัฏอุบลราชธานี และการขับร้องประสานเสียงจาก นร. ร.ร.อนุบาลอุบลราชธานี

เวลา 09.30 น. หน่วยงานต่างๆ วางพวงมาลา ตามลำดับ

เวลา 10.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประธานในพิธี วางพวงมาลา

วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-02.jpg

เวลา 10.45 น. ดำเนินการตามขั้นตอนสากล ผู้แทนชาวต่างประเทศวางพวงมาลา / อ่านสารสดุดี / กล่าวขอบคุณชาวอุบลราชธานี ผู้มีพระคุณต่อเชลยศึก

เวลา 10.55 น. Exhortation

เวลา 10.59 น. Play of Last Post เป่าแตรนอน

เวลา 11.00 น. Two minute silence All (ทุกท่านยืนสงบนิ่ง 2 นาที)

เวลา 11.02 น. Play of Rouse เป่าแตรปลุก

เวลา 11.03 น. ชาวต่างประเทศมอบของที่ระลึกให้ตัวแทนชาวอุบลราชธานี / นายกเทศมนตรีนครอุบลฯ / ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ จากนั้นร่วมปล่อยนกพิราบ และร่วมร้องเพลงสามัคคีชุมนุม

 วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-03.jpg

สำหรับ อนุสาวรีย์แห่งความดีชาวอุบลราชธานี นี้ ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศเหนือของทุ่งศรีเมือง ติดกับโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี ย้อนหลังไปเมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา ในปี พ.ศ.2484 ประเทศญี่ปุ่นได้ส่งทหารเข้าสู่ประเทศไทย และได้จับทหารของฝ่ายสัมพันธมิตรไว้เป็นเชลยศึกจำนวนมาก

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ญี่ปุ่นได้ใช้เป็นที่กักกันเชลยศึก ซึ่งประกอบด้วยชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ทหารเหล่านี้ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เป็นที่น่าเวทนาต่อชาวอุบลฯ ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ด้วยความเป็นคนมีจิตเมตาสงสาร จึงได้พากันนำเอาอาหารเครื่องนุ่งห่มมาให้เชลยศึกเหล่านี้ แต่ก็ได้รับการขัดขวางจากทหารญี่ปุ่น ถึงขั้นทำร้ายลงโทษ แต่ชาวอุบลฯ ก็ยังแอบเอาอาหารและเครื่องใช้ไปให้เชลยศึกเหล่านี้ ด้วยความเมตตาอย่างไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

 วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-05.jpg

ด้วยความดีดังกล่าว ภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลง ฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งเป็นเชลยศึกเหล่านี้ ได้ถูกปลดปล่อย และได้ระลึกถึงคุณงามความดีของชาวอุบลราชธานี ที่มีจิตเมตตากรุณา จึงได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการระลึกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขาได้เคยเป็นเชลยศึกอยู่ที่นี่ และได้รับความเมตตากรุณาจากชาวอุบลราชธานี จนทำให้มีกำลังในที่จะต่อสู้เพื่อให้ชีวิตรอดต่อไป และพร้อมใจกันให้นามอนุสาวรีย์แห่งนี้ว่า อนุสาวรีย์แห่งความดี (The Monument of Merit) โดยในวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี จะมีชาวต่างประเทศเช่น ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ ได้เดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสักการะและให้ความสำคัญกับอนุสาวรีย์แห่งความดี ที่เชลยศึกและลูกหลาน ได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ 

วันรำลึกแห่งความดี-อุบล-04.jpg

และจากการสอบถามชาวต่างประเทศคือ มิสเตอร์ทอม พอร์ตเตอร์ อายุ 72 ปี ลูกครึ่งอังกฤษ-ออสเตรเลีย และมิสเตอร์ไอน์ ลีเวลลี่ ชาวออสเตรเลีย อายุ 60 ปี ที่มาร่วมสักการะอนุสาวรีย์แห่งความดีในปี 2550 ให้ข้อมูลว่า เมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองคนดี ในอดีตเมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา มีบรรพบุรุษที่เป็นญาติๆ ได้ถูกทหารญี่ปุ่นกักกันไว้ที่อุบลราชธานี และมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นแสนสาหัส  ต่อมาเมื่อสงครามสงบ เหล่าทหารที่เคยเป็นเชลยศึกและลูกหลาน ได้มีโอกาสกลับมาร่วมรบในสงครามเวียดนาม และได้มาประจำอยู่ที่อุบลราชธานี จึงได้พร้อมใจกันสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ไว้ เพื่อเป็นอนุสาวรีย์แห่งความดีของชาวอุบลราชธานี