guideubon

 

อุบลฯ ปรับมาตรการการป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่ 6 ส.ค.64

เข้าอุบล-29-36-กักตัว-01.jpg

จังหวัดอุบลราชธานี ปรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ ดังต่อไปนี้ ต้องลงทะเบียน และ กักตัวเองที่บ้าน 14 วัน (Home Quarantine) ทั้งนี้ ตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง

พื้นที่ควบคุมสูงสุด 36 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพซร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก มหาสารคาม ยโสธร ระนอง ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตต์ อุทัยธานี อุดรธานี และอำนาจเจริญ

ข้อ 1 ให้ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเป็นผู้เดินทางเข้าพักในหมู่บ้าน ชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ผู้โดยสารเครื่องบิน ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี
(2) ผู้โดยสารรถไฟ ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานีรถไฟอุบสราชธานี
(3) ผู้ที่เดินทางโดยรถยนต์สาธารณะ ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี
(4) ผู้ที่เดินทางมาโดยยานพาหนะส่วนตัว ให้รายงานตัวต่อผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันที นับแต่เดินทางมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี
(5) ให้ผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ที่รับรายงานตัวบุคคลตามข้อ 1 (4) บันทึกรายละเอียดการเดินทางของบุคคล และให้นำส่งแบบรายงานไปยังเจ้าหนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หรือโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ภายในวันที่ได้รับรายงานตัว หากได้รับรายงานตัวในช่วงกลางคืนให้นำส่งแบบรายงานในเช้าวันรุ่งขึ้น
(6) ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ตรวจคัดกรองโรค ออกคำสั่งให้ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด กักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ณ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ ระดับจังหวัด/อำเภอ (Local Quarantine) ในห้องที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายสาธารณสุขกำหนด หรือกักตัวอยู่บ้าน (Home Quarantine) ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เฝ้าระวังติดตาม เพื่อให้คำแนะนำ ติดตาม สังเกต และบันทึกอาการทุกวัน โดยห้ามออกนอกพื้นที่กักกันตัวและหากมีอาการป่วยต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทราบ ภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่มีอาการป่วย เพื่อเข้ารับการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-PCR หรือตามดุลพินิจของแพทย์
(7) หากบุคคลตามข้อ 1 ที่ถูกสั่งให้กักตัวมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่อื่นนอกจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนครบกำหนดกักตัว ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการวัดไข้และประเมินก่อนที่จะให้เดินทาง หากพบว่า มีอาการไข้เกิน 37.5 องศาเซลเชียส หรือมีความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้นำส่งโรงพยาบาลทันที
(8) หากพบว่ามีผู้ต้องกักตัว ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำและมีเจตนาฝ่าฝืนอย่างชัดแจ้ง จนเป็นผลกระทบต่อส่วนรวม ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพิจารณาออกคำสั่งให้กักตัวบุคคลดังกล่าว ที่สถานกักตัวบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน (Local Quarantine) จนครบกำหนดเวลา

ข้อ 2 ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคของบุคคลที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ นอกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีประวัติเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค หากพบว่า มีอาการไข้เกิน 37.5 องศาเชลเชียส ให้พิจารณาออกคำสั่งกักตัวบุคคลดังกล่าว (Home Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้คำแนะนำ ติดตาม สังเกดและบันทีกอาการทุกวัน และให้นำความในข้อ 1(4), (5) มาใช้บังคับกับบุคคลดังกล่าวด้วย

ข้อ 3 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เฝ้าระวังติดตาม คันหาว่า มีบุคคลเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ หรือเข้ามาพักอาศัย ในสถานประกอบการ โรงงาน หรือสถานที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่หรือไม่ โดยเคร่งครัด หากพบว่า มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าว ให้แจ้งกำกับให้มีการดำเนินการตามคำสั่งนี้ โดยเคร่งครัด

ข้อ 4 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รายงานจำนวนบุคคลตามข้อ 3 ต่อนายอำเภอทุกวัน และให้นายอำเกอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราธานี ทุกวันก่อน เวลา 10.00 นาฬิกา จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแบ่ลง

ข้อ 5 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ประชาสัมพันธ์ให้คนในหมู่บ้านทราบว่า หากมีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด พักอยู่กับครัวเรือนผู้ใด และครัวเรือนนั้นมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด

ข้อ 6 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ถือปฏิบัติตามมาตรการฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้

(1) ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากเคหะสถาน
(2) เว้นระยะห่างทางสังคม (Socal Distaning) โดยให้อยู่ห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1 เมตร
(3) หากพบว่ามีผู้ต้องกักตัว ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ และแสดงออกโดยเจตนาที่เชื่อว่า เป็นการฝ่าฝืนต่อคำสั่งอย่างชัดแจ้ง และกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยและมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อกำหนด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยเร็ว
(4) ให้หมั่นล้างมือ
(5) ให้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย
(6) ให้ทุกหน่วยงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกคนที่เดินทางเข้าในจังหวัดอุบลราชธานี บันทึกข้อมูลการเดินทางเข้าและออกจากพื้นที่จังหวัดอุบลรายธานี โดยสแกนแอปพลิเคชั่น "ไทยนะ" เและ "ฮักอุบล" ก่อนเดินทางได้ที่ wwhugubon.com พร้อมทั้งจัดเก็บภาพถ่าย QR Code ประจำบุคคลไว้เป็นหลักฐาน หรือบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกข้อมูลที่สถานที่นั้นๆ จัดไว้

ข้อ 7 ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามที่กำหนดไว้ในข้างตัน เว้นแต่ กรณีเป็นบุคคลที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการในข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้

(1) แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่มีตำแหน่งหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ต้องเดินทางกลับจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยให้มีการตรวจ Reatime PCR (RT-PCR) ทันที หากผลเป็นลบให้ปฏิบัติงานได้ตามปกติ หรือให้ทำงานที่ไม่สัมผัสกับคนอื่นหรือทำงานที่บ้าน
(2) ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของวัฐ นอกเหนือจากข้อ 7 (1) ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยต้องมีการ Swab ก่อนเข้าพื้นที่ล่วงหน้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง และมีผลตรวจเป็นลบ
(3) ข้าราชการการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นใด ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางมาตรวจราชการหรือการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือจัดทำบริการสาธารณะ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยต้องมีการ Swab ก่อนเข้าพื้นที่ล่วงหน้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง และมีผลตรวจเป็นลบ หากเกินระยะเวลา 72 ชั่วโมง ให้เข้าสู่มาตรการกักตัว และตรวจยืนยันเพิ่มเติมตามมาตรการสาธารณสุขในสถานที่ที่กำหนดเป็นการเฉพาะต่อไป และเมื่อจะออกจากพื้นที่ให้มีการ Swab อีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูล
(4) ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้ามาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หรือเข้ามาพักอาศัยในสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นการชั่วคราว และมีความจำเป็นอื่นต้องขับรถ พร้อมคนขนส่งสินค้าผ่าน หรือมีเหตุพิเศษอื่น ๆ อาทิ ร่วมงานตามประเพณี และทางศาสนา งานศพ หรือมาตามหมายหรือคำสั่งของศาล โดยต้องมีการ Swab ก่อนเข้าพื้นที่ล่วงหน้า ไม่เกิน 72 ชั่วโมง และมีผลตรวจเป็นลบ หากเกินระยะเวลา 72 ชั่วโมง ให้เข้าสู่มาตรการกักตัวและตรวจยืนยันเพิ่มเติมตามมาตรการสาธารณสุขในสถานที่ที่กำหนดเป็นการเฉพาะต่อไป และเมื่อจะออกจากพื้นที่ให้มีการ Swab อีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูล
(5) ผู้ที่ได้รับวัคนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือวัคซีนชนิดอื่นครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด และได้แสดงเอกสารรับรองซึ่งออกโดยโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ตามรูปแบบและวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือหลักฐานการฉีดวัคน ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ ณ จุดตรวจ ว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคนแต่ละชนิด แล้วแต่กรณี ให้บุคคลดังกล่าวข้างต้น ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด และต้องลงทะเบียนเข้าและออกจากสถานที่ โดยการ Scan QR Code "ไทยชนะ" และ "ฮักอุบล" หรือบันทึกข้อมูล ในแบบบันทึกข้อมูลที่สถานที่นั้น ๆ จัดไว้โดยเคร่งครัด

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมี่นบาท และมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

เข้าอุบล-29-36-กักตัว-P01.jpg
เข้าอุบล-29-36-กักตัว-P02.jpg
เข้าอุบล-29-36-กักตัว-P03.jpg
เข้าอุบล-29-36-กักตัว-P04.jpg

 

copyright 2005 www.GuideUbon.com สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000 ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail.com | Tel : 080-4850511