guideubon

สีสันงานแห่เทียนอุบลฯ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประเพณีชักพระ สุราษฎร์ธานี

แห่เทียนอุบล-ชักพระสุราษฎร์-01.jpg

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวกับไกด์อุบลว่า ในวันที่ 2 มิถุนายน 2559 นี้ จะมีพิธีลงนาม "โครงการบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (MOU)" ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี กับจังหวัดสถราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมชั้น 10 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

โดยเนื้อหาหลักๆ ของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด จะเป็นการแลกเปลี่่ยนวัฒนธรรมประเพณีสำคัญทั้งของจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา และงานประเพณีชักพระ  "เข้าพรรษาเที่ยวอุบล ออกพรรษาเที่ยวสุราษฎร์"

แห่เทียนอุบล-แพคเกจที่พัก-03.jpg

งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี เป็นเป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ของทุกปี สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน 

ประเพณีชักพระ-สุราษฎร์ธานี-01.jpg

งานประเพณีชักพระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ ซึ่งได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษผ่านกาลเวลามาช้านาน เป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 เชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง 

และผลจากการลงนามความร่วมของทั้งสองจังหวัด ในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี ปี 2559 นี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นประเพณีชักพระของชาวสุราษฎร์ ในขณะเดียวกัน ในวันออกพรรษาที่จะมาถึงในเดือนตุลาคม 2559 นี้ ขบวนต้นเทียนพรรษาของชาวอุบล ก็จะได้ไปอวดโฉมในงานประเพณีชักพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย นับเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง